วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2551

เรื่อง TPBS ทุเรศสิ้นดีเลย

ได้ข่าวเกียวกับเรื่องนักงาน TITV กับ TPBS ที่จะว่าจ้างพนักงานจาก TITV ทั้งหมดแปดร้อยกว่าคนเนี่ย มันเรื่องอะไรกันนักหนา นี่ตอนออกจากชินคอร์ปก็ได้ค่าชดเชยกันทุกคนแถมได้ทำงานกับ TITV (โดยไม่ต้องแข่งกับใคร) มาอีกตั้งปี แล้วแถมตอนนี้กรมประชาสัมพันธ์ก็ต้องจ่าค่าชดเชยด้วย แล้วนี่ยังจะมาทำงานต่อใน TPBS อีก โอ้พระเจ้า นี่มันอะไรกัน ทำไมมันถึงมีอภิสิทธิ์ขนาดนี้นะไอ้ทีมงาน TV ทุเรศเนี่ย อุ้มกันเข้าไป (ทีพนักงงานรัฐวิสาหกิจอย่าง รสพ.ไม่เห็นช่วยเหลืออะไร, หรือตอนที่ปิด 56 ไฟแนนท์ก็ไม่เห็นเค้าจะได้อภิสิทธิ์หรือการโอบอุ้มอะไรจากภาครัฐเลย) เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้จริงๆ ไอ้พนักงานเลวๆ เรียกร้องแต่เรื่องของตัวเอง โลภไม่มีที่สิ้นสุด
ขอให้ฟ้าดินลงโทษ ขอให้กรรมตามทัน สาธุ!!!

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2551

การติดตั้งฟอนต์ SHX ให้ MicroStation

เมื่อต้องการนำฟอนต์ชนิด SHX มาใช้ใน MicroStation ให้ทำดังนี้

1. ไปที่ เมนู Workspace > Configuration...

2. ที่ไดอะล็อกบ็อก Configuration ส่วนของ Category คลิกเลือก All (By Level)











3. ที่ส่วน View/modify all configuration variables.
ให้เลือกที่ MS_DWGFONTPATH (หากไม่พบให้เลื่อนไปทางด้านล่างหรือคลิกที่ปุ่ม New เพื่อสร้างขึ้นมาใหม่)
4.ที่ไดอะล็อกบ็อก Select Dir for AutoCAD SHX Font Directory
เลือก Drives: และโฟลเดอร์ที่เก็บฟอนต์ SHX ไว้




















5. คลิก OK เพื่อกลับไปที่ไดอะล็อกบ็อก Configuration
6. คลิก OK อีกครั้งเพื่อปิดไดอะล็อกบ็อก Configuration
7.
ให้ปิดโปรแกรม MicroStation แล้วทำการเปิดขึ้นมาใหม่ เมื่อเปิดขึ้นมาแล้วเมื่อต้องการใช้ฟอน์ชนิด SHX ก็จะสามารถเลือกได้

ในกรณีที่ทำตามขั้นตอนด้านบนแล้วไม่าสามารถเรียกใช้งานฟอนต์ SHX ได้ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ไปที่ เมนู Workspace > Configuration...

2. ที่ไดอะล็อกบ็อก Configuration ส่วนของ Category คลิกเลือก DWG/DXF










3. ที่ส่วน View/modify all configuration variables.
ให้เลือกที่ AutoCAD SHX Font Directory (หากไม่พบให้เลื่อนไปทางด้านล่างหรือคลิกที่ปุ่ม New เพื่อสร้างขึ้นมาใหม่)
4. ที่ไดอะล็อกบ็อก Select Dir for AutoCAD SHX Font Directory
เลือก Drives: และโฟลเดอร์ที่เก็บฟอนต์ SHX ไว้




















5. คลิก OK เพื่อกลับไปที่ไดอะล็อกบ็อก Configuration
6. คลิก OK อีกครั้งเพื่อปิดไดอะล็อกบ็อก Configuration
7. ให้ปิดโปรแกรม MicroStation แล้วทำการเปิดขึ้นมาใหม่ เลือกใช้ฟอน์ชนิด SHX ที่ต้องการ

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2551

36 ปี ครุศาสตร์โยธาคืนบาง


ประชาสมัมพันธ์งาน
36 ปี ครุศาสตร์โยธาคืนบาง


ขอเชิญศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน เข้าร่วมงาน 36 ปี ครุศาสตร์โยธาคืนบาง ในวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551
ณ อาคารพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ 190 ปี (โรงยิม) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
รายละเอียดสามารถเข้าชมได้ที่ http://www.cte.th.gs
หรือโทร 08 1340 8559 (อ. อรพินทร์), 08 4044 9360 (เอ รุ่น 33)

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2550

เหตุผลที่ผมไล่เลขาผมออก

เหตุผลที่ผมไล่เลขาผมออก ~ (อย่างฮา)

อาทิตย์ที่แล้วเป็นวันเกิดของผม
เป็นเช้าที่ผมตื่นมาแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่

จากนั้นผมก็เลยลงไปทานอาหารเช้า
โดยหวังว่าภรรยาผมจะแฮปปี้เบิร์ดเดย์กับผม
แล้วก็มีของขวัญเล็กๆสักชิ้นให้

แต่กลับกลายเป็นว่าเธอไม่แม้แต่จะอรุณสวัสดิ์ผม
ลืมไปได้เลยเรื่อง แฮปปี้เบิร์ดเดย์ อ่ะ

ผมก็คิดเอาว่า เอาน่านี่แหละการแต่งงาน
แต่ ลูกผมไง
พวกเค้าจะจำวันนี้ได้

แต่ลูกผมก็ลงมาทานข้าวข้างล่างแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรซักคำเลย

จากนั้นผมก็ไปออฟฟิศ ไปทำงาน ด้วยความรู้สึกต่ำต้อย และ ค่อนข้างแย่

พอผมไปถึงออฟฟิศ
เจน เลขาผมก็เข้ามาทักว่า "สวัสดีค่ะเจ้านาย" แล้วก็
"สุขสันต์วันเกิดนะคะ"

ผมก็รู้สึกดีที่ว่าอย่างน้อยก็มีซักคนที่จำวันเกิดผมได้น่า

จากนั้นผมก็ทำงานไปเรื่อยๆจนถึงบ่ายโมง
แล้วเจน ก็มาเคาะประตูห้องผมแล้วถามว่า

"วันนี้ช่างเป็นวันที่อากาศดีจริงๆเลย แล้ววันนี้ก็เป็นวันเกิดเจ้านายด้วย
ทำไมเราไม่ไปกินข้าวเที่ยงกันสองต่อสอง แค่ฉันกับคุณ"

พอได้ยินอย่างนั้น ผมก็ตอบไปว่า "แน่นอนสิ นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้ยินตั้งแต่เช้าเลยนะ"

จากนั้นเราก็ไปทานข้าวเที่ยงกัน
แต่เราไม่ได้ไปที่เราไปกินกันตามปกติ
เจนเลือกร้านที่ค่อนข้างเงียบๆ (เป็นส่วนตัว)หน่อย

แล้วเราก็เลือกโต๊ะเฉพาะไว้
เราก็สั่งมาร์ตินี่มาดื่มกันคนละสองแก้ว

จากนั้นระหว่างทางกลับไปออฟฟิศ
เจนบอกกับผมว่า "วันนี้ช่างเป็นวันที่อากาศดีจริงๆเลย
เราคงไม่ต้องรีบกลับกันไปที่ออฟฟิศจริงๆใช่มั้ยเนี่ย"

ผมก็ตอบไปว่า "อืม คงไม่จำเป็นมั้ง ว่าแต่ เจน คุณคิดว่าไงล่ะ"

เจนเลยตอบว่า "งั้นแวะไปอาพาร์ทเม้นชั้นก่อนมั้ยล่ะ อยู่แค่ตรงหัวมุมด้านหน้านี่เอง"

พอเราไปถึงอาพาร์ทเม้นของเจน
เจนก็บอกกับผมว่า "บอสค่ะคุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยถ้าฉันจะเข้าไปในห้องนอนซักพักนึงก่อน แล้วจะกลับมาหาบอสนะคะ"

ผมก็ตอบ "โอเค" ไปแบบตะกุกตะกัก ไม่มั่นใจ

เจนก็เข้าไปในห้องของหล่อนแป๊ปนึง

จากนั้นเธอก็ออกมา พร้อมกับเค๊กวันเกิดก้อนใหญ่

พร้อมกับ ภรรยาผม ลูกๆผม เพื่อนๆของผมเป็นขโยง เพื่อนร่วมงาน แล้วทุกคนก็ร้องเพลง สุขสันต์วันเกิดให้ผม..

แล้วผมก็นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น

บนโซฟาของเจน......

......แบบเปลือยกายอยู่.......

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

เทคนิคการดื่ม Black 5 Label ชั้นเทพ (ถูกใจพวกคอเมาเค้าล่ะ)

ดื่มอย่างไรไม่ให้เสียของพร้อมสัมผัสกับรสชาติที่แอบซ่อน
รู้จักคำว่า ' เสียของ ' กันบ้างมั้ย ? คนไทยเราน่ะ ชอบทำให้เสียของอยู่เรื่อย
โดยเฉพาะนิสัย ' การดื่มแบบผสมมิกเซอร์ ' ทั้งหลาย
นั่นแหละคือการทำให้วิสกี้ชั้นดีที่บางทีไม่ควรผสมใดๆ ต้อง ' เสียของ '
วันนี้จะหยิบเอาเรื่องวิสกี้ตระกูล จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ มาพูดกันซะหน่อย
เพราะว่าตระกูลนี้มีหลาย ' เลเบิ้ล ' เหลือเกิน ซึ่งมีวิธีการดื่มเฉพาะซะด้วย

เริ่มจาก ' เรด เลเบิ้ล ' (Red Label) กันก่อนเลยดีกว่า
จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล น่าจะดูถูกใจคนไทยที่สุด
เพราะน้องเล็กสุดขวดนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการดื่มตลอดค่ำคืน
พูดง่ายๆ ก็คือกินได้นานๆ สนุกสนานกันทั้งคืนนั่นแหละ
แถมวิธีการกินที่ถูกต้องนั้น ก็ต้องผสมกับ ' มิกเซอร์ ' ทั้งหลาย
อันเป็นวิธีการดื่มที่นิยมในหมู่คนไทยอยู่แล้วซะอีก
ตอนนี้ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล ก็เลยขายดีที่สุดไปโดยปริยาย
ง่ายๆ จะใส่น้ำแข็ง ผสมโคล่า ชามะนาว หรือโซดาก็ได้ทั้งนั้น
สุดแล้วแต่ว่าจะชอบรสชาติแบบไหนหลังผสมมิกเซอร์แล้วเท่านั้นเอง
แต่นักดื่มมืออาชีพมักนิยมผสมน้ำก่อนแล้วจึงผสมโซดาตามลงไป
ในอัตราส่วน2:1 หรือที่เรียกกันว่า " โซดาลอย " นั่นเอง...
ผสมเสร็จก็ เอ็นจอย ดริ๊งกิ้ง กันได้ทั้งคืน ( แต่อย่าขับรถหลังดื่มนะ )

โตขึ้นมาหน่อย กับความเคร่งขรึมแบบ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล
วิสกี้ชั้นดีจากการหมักบ่มเพื่อให้ได้รสชาติที่คลาสสิกที่สุดนานถึง 12 ปี
วิธีการดื่มที่ถูกต้องนั้นก็คลาสสิกไม่แพ้รสชาติของตัววิสกี้
ง่ายๆ เท่ๆ ดูดีด้วยสไตล์ที่เรียกกันว่า ' ออน เดอะ ร็อก ' นั่นเอง
หรือถ้าอยากย๊ากอยากจะผสมมิกเซอร์เหลือเกิน
ก็ต้องใส่น้ำแข็งเข้าไปเยอะๆ วิสกี้ ครึ่งแก้ว และโซดาอีกครึ่งแก้ว
แค่นี้แหละ ก็จะได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล

มาถึงวิสกี้ตระกูล จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ที่ไม่ค่อยจะเห็นบ่อยนักบ้างดีกว่า
เริ่มจาก จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ โกลด์ เลเบิ้ล อายุ 18 ปีกันก่อน
แค่นำ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ โกลด์ เลเบิ้ล ไปใส่ในช่องแช่แข็งสัก 24 ชั่วโมง
ถ้าที่ในช่องแช่แข็งยังเหลือก็นำแก้วทรงสูงเปล่าๆ แช่ไว้ด้วย
พอได้เวลา ก้รินใส่แก้วที่แช่ไว้ข้างกันๆ นั่นแหละ แล้วดื่มเข้าไปเลย
ทันทีที่วิสกี้เย็นจัดปะทะกับความอุ่นในปาก กลิ่นหอมหวนนุ่มลิ้นจะอบอวล
แหม... ยิ่งถ้ามีช็อกโกแล็ตดีๆ ไว้กินเข้าคู่ล่ะก็ จะเป็นความสุขที่ลืมไม่ลงเลย เชียว

ส่วน จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กรีน เลเบิ้ล ที่มีจำหน่ายแบบจำกัดประเทศนั้น
หาน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ สักก้อน ใส่ในแก้วปากกว้างเพียงแค่ก้อนเดียว
ไม่ต้องกลัวว่าน้ำแข็งก้อนนั้นจะเหงา เพราะเราจะเฝ้ามองอย่าทะนุถนอม
จากนั้นริน จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กรีน เลเบิ้ล ลงไปไม่ต้องท่วมน้ำแข็ง
แกว่งแก้วเล็กน้อย ให้อุณหภูมิของวิสกี้ชะอุณหภูมิของน้ำแข็งก้อนโต
ดมกลิ่นวิสกี้ที่ระเหยขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนลิ้มรสวิสกี้ที่อุณหภูมิพอเหมาะพอดี
งานนี้จะได้ รสชาติ กลิ่น และแสงที่วิสกี้ตกกระทบกับก้อนน้ำแข็งชวนมอง
( อันนี้เคยเสียของมาครั้งหนึ่งแล้ว )

ปิดท้ายกันที่วิสกี้ชั้นสูง จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล อายุ 25 ปี
ที่หมักบ่มจากมอลต์คุณภาพสูง ตามวิธีการคลาสสิกแบบศตวรรษที่ 19
วิธีการดื่มวิสกี้ชั้นสูงนี้ก็คลาสสิกมาก เตรียมแก้วบรั่นดีสวยๆ ไว้สัก 2 ใบ
แก้วนึงรินวิสกี้รอไว้ ส่วนอีกแก้วนึงรินน้ำแร่เย็นๆ ไว้เช่นกัน
ดื่มน้ำแร่เย็นๆ เพื่อปรับอุณหภูมิในช่องปากกันก่อน
จากนั้นจิบ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล ในแก้วบรั่นดีอีกใบตาม
เมื่อน้ำแร่เย็นๆ ที่หลงเหลืออยู่ในช่องปากผสมกับวิสกี้ชั้นดีนี้
รสชาติที่แอบซ่อนจะซึมผ่านเพดานปากไปมัดใจนักดื่มเหล้าทั้งหลายไม่รู้ลืม

เสร็จสิ้นครบทั้ง 5 เลเบิ้ลของตระกูล จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กันแล้ว
ต่อจากนี้นักดื่มเหล้าชาวไทยทั้งหลาย ก็จะดื่มได้แบบไม่เสียของกันแล้ว
แต่ที่สำคัญที่สุด ดื่มแล้วจะมึนน้อยหรือมึนมาก ก็อย่าขับรถเลย
เก็บชีวิตที่มีค่าไว้สัมผัสกับสิ่งดีๆ ที่รอเราอยู่มากมายในวันข้างหน้าดีกว่า ...

ปล. จะดื่มยังไงก็เมาครับพี่น้อง แต่ทำอย่างไรดื่มแล้วจึงจะรู้ถึงรสชาติที่แท้จริง

เพื่อน!! สำคัญเสมอ

'เพื่อน!! สำคัญเสมอ'


ระหว่างเพื่อนกะ แฟน...


++ อาหาร ++
เพื่อน: ข้าว ราดแกง / ก๋วยเตี๋ยว ราคาไม่เกิน 30แดกไรแพงๆวะ เปลืองชิบ
แฟน: กินอะไรก็ได้ที่มันไม่ใช่ ข้าว - สปาเกตตี้
เฟรนฟรายซ์ ซูชิ ฯลฯ สั่ง กันไป… มื้อละร้อยขึ้น
-------------------------- --------------- -----------
++ ข้ามถนน ++
แฟน: ข้ามได้ มั้ย ระวังนะครับ! จับมือผมไว้
เพื่อน: ………อ้าว! เหี้ย… รอกูด้วย(แม่งข้าม ไปนานละ)
-------------------------- ------------------------- -
++ เวลาเดิน ++
แฟน: แนบชิดประหนึ่ง ตัวดูดแบบสุญญากาศ
เพื่อน: เฮ้ย! ไปไกลๆกูหน่อยดิ ร้อนจะตาย ห่า!!
-------------------------- ------------------------- -
++ บนรถเมล์ ++
แฟน: นั่งก่อนเลย ครับ เดี๋ยวผมยืนเอง
เพื่อน: เหยิบหน่อยดิวะ กูจะนั่งด้วย!
--- ----------------------- --------------------------
++ เงิน ++
แฟน: มีเสมอ..จ่ายไม่อั้น
เพื่อน: ไม่มีเสมอ... มึงออกไปก่อนละกัน เดี๋ยวกูให้(แร้วแม่งก็ชิ่ง)
------------- ------------- --------------------------
++ มา สาย ++
แฟน: ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้
เพื่อน: ทำห่าไรอยู่ วะ มาโคตรช้าเลย สาด ...เลี้ยงข้าวกูเลย(เพิ่งจะมาก่อนแม่ง ได้ 5 นาทีเหมือน กัน)
-------------------------- ------------------------- -
++ ช่วยทำธุระ ++
แฟน: ว่าง เสมอ - อ๋อ ว่างครับ จะให้ไปถึงที่นั่นกี่โมงดี จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า
เพื่อน: ไม่เคยว่าง - ขนของย้ายห้องเหรอวะ .. เออ...ที่จริงก็ได้นะ แต่พอดีแม่ กูให้ช่วยพาไปหาญาติๆฝ่ายแม่ว่ะ
แล้วบ่ายๆ ต้องไปหาของฝ่ายพ่ออีก คงไม่ว่างแล้วละ
------------------------- - --------------------------
++ กลับบ้านดึก ++
แฟน: เดี๋ยวผมนั่งรถไปส่งดีกว่านะ กลับคนเดียว อันตราย
เพื่อน: กลับยังไงวะมึง มีค่ารถป่าว แต่กูไม่มีให้ยืมนะ เว้ย
-------------------------- ------------------------- -
++ ป่วย ++
แฟน: เป็นไรมากมั้ย? กิน ยายังคับ ห่มผ้าด้วยนะ(แม่งดูแลแม่อย่างนี้ป่าววะ)
เพื่อน: เป็นห่าไรอีกวะ สำออยอะดิมึง… ออกมาให้ไวเลย แดกเหล้ากัน
-------------------------- -
++ สอนหนังสือ ++
แฟน: ไม่เข้าใจตรงไหนบอกนะ ครับ จะอธิบายให้ใหม่
เพื่อน: กูสอนมึง 3 รอบแล้วนะ ห่านี่ แดกหมาแทนข้าวไง วะ
-------------------------- ------------------------- -
++ วาเลนไทน์ ++
แฟน: ให้คุณได้ ทุกอย่าง ยกเว้น ดาว เดือน และ ขนหน้าอก
เพื่อน: ……………(วันนี้มันไม่มีตัว ตน)
-------------------------- ------------------------- -
++ โดนทิ้ง ++
แฟน: เราไปกันไม่ได้ / อย่า มายุ่งกับเรา / ไปไหนก็ไปรำคาญ (so sad)
เพื่อน: ไม่เป็นไรเว้ย! ช่างแม่ง … มึงยังมีกูอยู่


ถ้าเห็นด้วยกรุณาส่งต่อ (ถ้า ไม่ส่งถือจะว่าไม่เห็นด้วย)

ดีเนอะที่โลกนี้มีคำว่า 'เพื่อน' ^v^

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2550

กฏแห่งกรรม

กฏแห่งกรรม
1.
เหตุใดคุณมีเสื้อผ้าแพรพรรณอันงดงามสวมใส่มากมายเพราะชาติก่อนคุณเคยถวายจีวรแด่พระสงฆ์
2. เหตุใดชาตินี้คุณมีอาหารดีดีรับประทานอยู่เสมอ เพราะชาติก่อนคุณเคยทำทานอาหารแก่คนยากจนในชาติก่อน
3. เหตุใดชาตินี้คุณอดอยากยากจน ไม่มีเสื้อผ้าดีดีสวมใส่เพราะคุณตระหนี่ขี้เหนียวไม่ยอมทำทานคนจน ในชาติก่อน
4. เหตุใดชาตินี้คุณมีบ้าน เรือนใหญ่โต เพราะคุณเคยถวายข้าวสารเข้าวัดในชาติก่อน
5. เหตุใดชาตินี้คุณมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสุขมาก เพราะคุณเคยถวายเงินสร้างวัดในชาติก่อน

6. เหตุใดชาตินี้คุณเปนคนสวย และรูปงาม เพราะคุณเคยถวายดอกไม้สดบูชาพระด้วยความเคารพในชาติก่อน

7. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องมีปัญญาดี เพราะคุณเคยเป็นพุทธมามกะและทานมังสวิรัติในชาติก่อน
8. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นที่รักของทุกๆคนและมีเพื่อนมากมาย เพราะคุณเคยสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อทุกคนในชาติก่อน 9. เหตุใดชาตินี้คุณมีพ่อ แม่อยู่พร้อมหน้า เพราะคุณเคารพและช่วยเหลือ ไม่ดูแคลนคนไร้ญาติในชาติก่อน
10. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นเด็กกำพร้า เพราะคุณเคยยิงนก ตกปลาและพรากสัตว์ในชาติก่อน

11. เหตุใดชาตินี้คุณมีอายุยืนแข็งแรง เพราะคุณเคยปล่อยนกปล่อยปลาสิ่งมีชีวิตในชาติก่อน
12. เหตุใดชาตินี้คุณอายุสั้น เพราะชาติก่อนคุณเคยฆ่าสัตว์มากมายในชาติก่อน
13. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนรับใช้ เพราะชาติก่อนคุณเคยดูถูกเหยียดหยามคนจน14. เหตุใดชาตินี้คุณมีดวงตาสดใส เพราะชาติก่อนคุณเคยเติมน้ำมันตะเกียงและจุดไฟบูชาพระ 15. เหตุใดชาตินี้คุณโง่ปัญญาอ่อนและหูหนวก เพราะชาติก่อนคุณเคยด่าว่าและหยาบคายต่อหน้าพ่อแม่
16. เหตุใดชาตินี้ต้องเกิดเป็นม้าวัวควายเพราะชาติก่อนเป็นหนี้ไม่จ่ายคืน 17. เหตุใดชาตินี้คุณต้องตายเพราะยาพิษเพราะชาติก่อนคุณเจตนาวางยาในต้นน้ำลำธารให้เป็นพิษ 18. เหตุใดชาตินี้คุณจึงแขวนคอตาย เพราะชาติก่อน คุณใช้ตะข่ายล่าและดักสัตว์ 19. ถ้าชาตินี้คุณฆ่าเขา ชาติหน้าเขาก็จะฆ่าคุณและจะฆ่ากันไป-มาไม่มีสิ้นสุด 20. เหตุใดชาตินี้คุณไม่มีความรักที่แท้จริง เพราะชาติที่แล้วคุณเจ้าชู้และไม่จริงซื่อสัตย์กับคนรัก21. ถ้าชาตินี้คุณบอกเล่ากฏแห่งกรรม คุณจะเป็นที่เคารพนับถือมากมายในชาติหน้า
**อ่านเสร็จแล้วถ้าส่งต่อ ก็เหมือนได้ปฏิบัติตามกฏแห่งกรรมในข้อ 21.
ทำซะข้อยังดีกว่าไม่ทำเลย!!!
ต้องอ่าน อ่านแร้ว
ต้องส่งต่อด้วย**

วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2550

คลื่น FM 99.5 รายการดีๆ ที่อยากให้ฟัง

เมื่อวานต้องเดินทางไปทำภาระกิจที่ระยองไปตั้งแต่บ่ายโมง ขากลับก็มาทาง Motor Way เข้ามาทางบ้านบึงชลบุรีประมาณซัก 4 ทุ่มเกือบ 5 ทุ่มได้ก็เลยลองหมุน (กด) หาคลื่นวิทยุดู (ปกติไม่ได้ฟังวิทยุมานานมากแล้้วเพราะหารายการที่ถูกใจฟังไม่ได้) ก็เผอิญคลื่นแรกที่จูนติดก็คือ 99.5 ก็เห็นเปิดเพลงสากลน่ะนะก็เลยฟังดู พอจบเพลง! ก็มีเสียง DJ พูดถึงเพลงที่เปิดไป ประหนึ่งว่าขนลุกซู่ สะท้านไปทั้งร่าง... โหพี่อ้อ เดือนเพ็ญ สีหรัตน์ นี่เอง ตามหาซะตั้งนาน (ตามมาตลอดเลยน่ะว่าพี่ไปจัดที่ไหนบ้างบทจะเจอก็เจอจังๆซะงั้น??) นานเป็น 10 ปีแล้วเพราะพอจะเจอร่องรอยว่าจัดอยู่ที่ไหนพอเข้าไปฟังก็ หาย!!! ไปอีกแล๊ะ!! ครับได้ยินเสียงก็เลยรู้สึกดีใจมากๆ พอดีคุณเดือนเพ็็ญ จัดถึงแค่ 5 ทุ่มก็เลยได้ฟังเพลงต่ออีก 2-3 เพลง จำได้ว่าปิดท้ายด้วย Echo & The Bunnymen หลังจากจบพี่อ้อก็ยังฟังต่อมาเรื่อยๆ จนถึงกรุงเทพฯ แล้วก็จำคลื่นไว้ วันนี้ก็เลยไปหา Search ข้อมูลเพิ่มก็เลยได้รู้ว่าเป็นคลื่นทีใช้ชื่อว่า The Radio นอกจากคุณเืดืนเพ็ญแล้วก็ยังมีการกลับมาของคุณวาสนา วีระชาติพลี ซึ่งคนฟังเพลงฝั่งอังกฤษคงไม่ต้องพูดถึง... แล้วยังมี DJ ท่านอื่นที่พอกล่าวถึงแล้วคงมั่นใจได้ในคุณภาพของรายการ

ผมอยากให้คนฟังเพลงลองฟังคลื่นนี้ดู บางคนเค้าว่าต้อง 30+ แต่ผมว่าไม่นะเพราะของดีๆ เราก็อยากให้ฟังกันทุกคน

มีคนเขียนถึง DJ อย่า่งละเอียดไปดูได้ที่นี่ก่อนตัดสินใจฟัง ฟังแล้วก็จะหลงรัก!!
Website ข่าวสารของคลื่นก็ืั้ http://www.radiostar.co.th/

สวัสดีึครับ พี่อ้อ....

วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2550

อุทาหรณ์​ ​นักศึกษาสาว​ ​ถูก​ ​เพื่อนชาย​ ​ล้วง​ ​ใน​ ​โรงหนัง

อุทาหรณ์ นักศึกษาสาว ถูก เพื่อนชาย ล้วง ใน โรงหนัง (ภัยรายวันเตือนภัย นักศึกษา)

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จากปากของน้อง ใบเตย นักศึกษาชื่อดังย่านรามคำแรง ที่เปิดใจ คุยกับทีมงาน เพื่อเป็นอุทาหรณ์ของสาวๆ ที่จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่ออันโอชะ ของผู้ชายที่เห็นแก่ตัว ที่จ้องแต่จะเอาเปรียบผู้หญิง

น้องเตย ตอนนี้อายุ 19 ...หญิงสาว ผิวขาว หน้าตาน่ารัก ตามวัยใส...น้องเตยเล่าให้ฟังว่า เพราะว่า เตย เป็นผู้หญิงที่ดูน่ารัก เตย สูง 167 หนัก 50 ดูเพรียวบางผิวขาวหน้าตาน่ารัก จึงเป็นธรรมดา ที่เตยจะมีหนุ่มๆมาจีบกันตรึม แต่ด้วยที่ยังไม่ถูกใจใครเลย เตยจึงยังไม่มีแฟน น้องเตยเล่าให้ฟังว่า วันนั้น เป็นวันศุกร์ หลังจากเลิกเรียนแล้ว มีเพื่อนชายที่สนิทกัน มาชวนไปดูหนัง ด้วยความที่ไว้ใจเพื่อน ประกอบกับหนังเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เตยอยากดูอยู่พอดี เตยจึงไม่ลังเลที่จะตอบตกลงเพื่อนชายที่คิดว่า เพื่อนกันคงไว้ใจกันได้

น้องเตยเล่าให้เราฟังต่อไปว่า....หลังจากที่เพื่อนของเตย ไปซื้อบัตร แล้วเราเข้าไปนั่งในโรงหนัง วันนั้นโรงหนังดูเงียบๆ โรงเหลง จัง

เพราะอาจจะเป็นวันที่หนังเรื่องนี้ใกล้ออกแล้วกระมัง...แต่เตยก็ ยังนึกเอ๊ะใจ อยู่ว่าทำไม เพื่อนคนนี้จะเลือกที่นั่ง ในแถวที่ไม่มีใครนั่งเลย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คงเพราะวันนี้คนน้อยกระมัง จะทำให้แถวของที่นั่งไม่มีคนมานั่งเลย...แต่เตยหารู้ไม่ว่า ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เตยจะถูกเพื่อนชาย...ล้วง

วันนั้นอากาศในโรงหนังเย็นมากเลย..ประกอบกับไว้ใจเพื่อนคนนี้ด้วย...บรรยากาศในโรงหนังวันนั้น มันเย็นมาก แล้วก็ มืดพอสมควร แล้ววันนั้น เตยก็นุ่งกระโปรงสั้น ใส่ชุดนักศึกษา รัดรูปพอสมควร เผยให้เห็นสิ่งที่ยั่วยวนอย่างเด่นชัด ประกอบกับขาขาวๆของเตย ซึ่งเตยก็รู้ดีว่าผู้ชายส่วนมากจะชอบมองขาของเตย แต่เตยก็ระวังตัวอยู่ตลอด

ระหว่างที่นั่งดูนั่งกัน....อากาศก็เย็น แล้วก็มืดด้วย เพื่อนชายของเตยก็เอามือมาจับมือเตย แล้วถามว่า เย็นไหม เตยก็ไม่ได้คิดอะไร

แต่ก็ ใจหวิวๆ บ้าง เพราะไม่เคยถูกผู้ชาย ใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน..เหมือนเค้าจะรู้ว่าเตยกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่เค้ากำลังทำ เค้าเริ่มรุกเร้าและจู่โจมมาลำดับ...เค้าเขยิบเอียงตัวมาใกล้เตย ตอนนั้นเตยรู้สึกได้เลยว่า ใจมันสั่นๆ แล้วก็ หวิวๆ ยังไงก็บอกไม่ถูก

ตอนนั้นเตยรู้สึกหมดเรี่ยวแรง เค้าเริ่มเอามือเข้ามาใกล้ๆ...ตรงนั้น แล้วล้วงเข้าไป....อู้ยๆ ทำอะไรค๊ะ เตยร้องถาม เค้าบอกว่า เหอะน๊านิดเดียวเอง เพื่อนกัน ล้วงแค่นี้เอง....เตยก็ ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงไปไหนหมด ปล่อยให้เค้าล้วงอย่างเมามัน....เตย มองตามมือลงไป เค้าเอามือล้วงหายเข้าไป อย่างเมามัน สายตาที่วิงวอนของเค้า มันทำให้เตย ได้แต่ร้องซี้ดอยู่ในใจว่า...อู้ย พอเหอะ ล้วงของเค้า พอยัง คะ

น๊า นิดเดียวเอง กำลังล้วงเพลินเลยๆนะ....ช่วงที่เค้าล้วงของเตยนั้น อีกมือเค้าก็เอื้อมมาบีบ..นม ของเตย เตยตกใจมากเลย ไม่คิดว่าเค้าจะกล้าขนาดนี้ แต่เตยก็ไม่ได้ว่าอะไรเค้า เพราะตอนนั้น ก็ รู้สึกอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน เหมือนกับว่า เค้าอยากทำอะไรก็ปล่อยให้เค้าทำไป....เพื่อนชายคนนั้น เค้าก็เอามือ มาบีบนม แล้วก็ คลำมันเล่นเบาๆ เตยก้มลงมามอง นม แล้วก็อมยิ้มในใจ หวงก็หวง..ไม่อยากให้เค้าทำ แต่ ตอนนั้นมันหมดแรงเลยนะ..เพื่อนก็ ไม่ยอมพอเสียที ทั้งล้วง ทั้ง บีบนม อย่างเมามัน ห้ามก็ไม่ฟัง....พอจะบอกให้พอ ก็ ทำหน้าอ้อนเตยก็เลยต้องปล่อยให้ เพื่อนมัน ทั้ง ล้วง ทั้ง บีบนม เล่น อย่างเมามัน

ช่วงที่เพื่อนล้วงแล้วเอามือออกมานะ...เตย รู้เลยว่า นิ้วเค้ามีน้ำแฉะๆด้วย....เพราะเตยเอามือไปโดนนิ้วเค้าตอนที่เค้าเอื้อมมาจับนมเตย....ตัวเอง พอเหอะ นะ..ล้วงของเค้าพอเหรอยังค๊ะ..นี่ น่าตีจัง ทั้ง มือก็ล้วง อีกข้างก็ จับนมของเค้านะ...พอเหอะนะ....เตยหวงของเตยนะ ตัวเองนะ ล้วงของเค้าพอยังนะ.....นี่ นิ้วตัวเอง อะ แฉะไปหมดแล้วนะ สงสารเค้าบ้างนะ...

นี่..อีตา บ้า...ล้วงพอหรือยัง..ล้วงเข้านะ ข้าวโพด ในถุงที่ฉันซื้อมานะ ล้วงไปกินจนจะหมดแล้วนะ...แล้ว นมกล่องที่ฉันซื้อมาก็บีบ เล่นอยู่ได้ มือว่างมากหรือไง แล้วนิ้วอะ มาจับแก้วแป็บซี่ จนนิ้ว แฉะไปหมดแล้วนะ เธอ..โอ้ย มาดูหนังกับเธอ โดนล้วง โดน จับ นม นิ้วแฉะ หมดเลย 555