ฮึ้ย... ข่าวนี้มันบ้าน สิงรอนี่หว่า...
Manager Online - รัฐบาลกำหนด อ.บางระกำ เป็นโมเดลรับมือน้ำท่วม
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Politic แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Politic แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2551
เรื่อง TPBS ทุเรศสิ้นดีเลย
ได้ข่าวเกียวกับเรื่องนักงาน TITV กับ TPBS ที่จะว่าจ้างพนักงานจาก TITV ทั้งหมดแปดร้อยกว่าคนเนี่ย มันเรื่องอะไรกันนักหนา นี่ตอนออกจากชินคอร์ปก็ได้ค่าชดเชยกันทุกคนแถมได้ทำงานกับ TITV (โดยไม่ต้องแข่งกับใคร) มาอีกตั้งปี แล้วแถมตอนนี้กรมประชาสัมพันธ์ก็ต้องจ่าค่าชดเชยด้วย แล้วนี่ยังจะมาทำงานต่อใน TPBS อีก โอ้พระเจ้า นี่มันอะไรกัน ทำไมมันถึงมีอภิสิทธิ์ขนาดนี้นะไอ้ทีมงาน TV ทุเรศเนี่ย อุ้มกันเข้าไป (ทีพนักงงานรัฐวิสาหกิจอย่าง รสพ.ไม่เห็นช่วยเหลืออะไร, หรือตอนที่ปิด 56 ไฟแนนท์ก็ไม่เห็นเค้าจะได้อภิสิทธิ์หรือการโอบอุ้มอะไรจากภาครัฐเลย) เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้จริงๆ ไอ้พนักงานเลวๆ เรียกร้องแต่เรื่องของตัวเอง โลภไม่มีที่สิ้นสุด
ขอให้ฟ้าดินลงโทษ ขอให้กรรมตามทัน สาธุ!!!
ขอให้ฟ้าดินลงโทษ ขอให้กรรมตามทัน สาธุ!!!
วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
what going on..
ช่วงนี้บ้านเราก็วุ่นวายอยู่นะครับ ก็เลยสงสัย.. ติดตามดูแล้วกัน..
ID 4.
Be hide Enemy Line.
The sea of the sun. (เขียนผิดขออภัย..ไม่แน่ใจจริงๆ)
Butter Fly Effect"
สงคราอ่าวเปอร์เซีย..
อิหร่าน...
เกาหลีเหนือ...
...การบังคับใช้สิทธิ์ เกี่ยวกับยารักษาโรคเอดส์....
...เทพหรือมาร..ใครบอกที..
ปล.สงสัยมาก.....
ID 4.
Be hide Enemy Line.
The sea of the sun. (เขียนผิดขออภัย..ไม่แน่ใจจริงๆ)
Butter Fly Effect"
สงคราอ่าวเปอร์เซีย..
อิหร่าน...
เกาหลีเหนือ...
...การบังคับใช้สิทธิ์ เกี่ยวกับยารักษาโรคเอดส์....
...เทพหรือมาร..ใครบอกที..
ปล.สงสัยมาก.....
วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2550
พิลึก! “สุรยุทธ์” ชวน “สื่อ” ลุยใต้-กลับให้เซ็นรับยอมตายฟรี
12 เมษายน 2550 07:54 น.
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
“สุรยุทธ์” ทำพิลึก ชวน “สื่อทำเนียบฯ” ลงพื้นที่ใน 3 จ.ชายแดนภาคใต้-แต่เจ้าตัวกลับไม่นอนค้างคืนด้วย แถมให้สื่อเซ็นลงนามยอมตายฟรีหากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด จนอาจทำให้เกิดความสูญเสียในชีวิต และทรัพย์สิน
วานนี้ ( 11 เม.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์เลื่อนกำหนดการพาสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เดินทางลงพื้น 3 จ.ชายแดนภาคใต้ เป็นวันที่ 19-21 เม.ย.นี้ โดยจากเดิมวันที่ 18-20 เม.ย. ทำให้สำนักโฆษกสำนักนายกฯ ต้องรีบประสานไปยังพื้นที่เพื่อเปลี่ยนแปลงกำหนดการทั้งหมด ทั้งเรื่องการเดินทางโดยเครื่องบินซี 130 และรถบัสที่เตรียมไว้สำหรับคณะสื่อมวลชน และโรงแรมที่พัก รวมไปถึงแผนรักษาความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่ ทั้งทหาร และตำรวจ จัดเตรียมไว้ด้วย ส่วนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทางโฆษกรัฐบาลอ้างว่า นายกฯ ติดภารกิจในวันที่ 19 เม.ย.ที่กรุงเทพฯ แต่ไม่สามารถทราบว่าเป็นภารกิจใด
ล่าสุด แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.ต.สุรพล อุดมชัยรัตน์ ช่วยราชการสำนักโฆษกสำนักนายกฯ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สำนักโฆษกฯ ปรึกษาไปยังทีมกฎหมายสำนักนายกฯ เพื่อทำหนังสือให้ผู้สื่อข่าวที่ลงชื่อร่วมเดินทางไปในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ทั้งสิ้น 68 คน ลงนามยอมรับข้อตกลงว่า หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดจนทำให้เกิดความสูญเสียในชีวิต และทรัพย์สิน จะไม่เรียกร้องค่าเสียหาย หรือค่าชดเชยใดๆ จากภาครัฐ
“ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ และไม่กล้าร่างหนังสือดังกล่าว เนื่องจากทุกคนทราบดีว่าการไปพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก และที่สำคัญนายกฯ เป็นผู้ออกปากชักชวนสื่อทำเนียบลงสัมผัสพื้นที่พร้อมกับตัวเอง แต่นายกฯ กลับลงพื้นที่เพียงแค่วันที่ 20 เม.ย.วันเดียว โดยไม่ค้างคืน ขณะที่สื่อจะต้องอยู่ในพื้นที่ 3 วัน 2 คืน”แหล่งข่าว ระบุ
ผู้จัดการออนไลน์
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
“สุรยุทธ์” ทำพิลึก ชวน “สื่อทำเนียบฯ” ลงพื้นที่ใน 3 จ.ชายแดนภาคใต้-แต่เจ้าตัวกลับไม่นอนค้างคืนด้วย แถมให้สื่อเซ็นลงนามยอมตายฟรีหากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด จนอาจทำให้เกิดความสูญเสียในชีวิต และทรัพย์สิน
วานนี้ ( 11 เม.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์เลื่อนกำหนดการพาสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เดินทางลงพื้น 3 จ.ชายแดนภาคใต้ เป็นวันที่ 19-21 เม.ย.นี้ โดยจากเดิมวันที่ 18-20 เม.ย. ทำให้สำนักโฆษกสำนักนายกฯ ต้องรีบประสานไปยังพื้นที่เพื่อเปลี่ยนแปลงกำหนดการทั้งหมด ทั้งเรื่องการเดินทางโดยเครื่องบินซี 130 และรถบัสที่เตรียมไว้สำหรับคณะสื่อมวลชน และโรงแรมที่พัก รวมไปถึงแผนรักษาความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่ ทั้งทหาร และตำรวจ จัดเตรียมไว้ด้วย ส่วนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทางโฆษกรัฐบาลอ้างว่า นายกฯ ติดภารกิจในวันที่ 19 เม.ย.ที่กรุงเทพฯ แต่ไม่สามารถทราบว่าเป็นภารกิจใด
ล่าสุด แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.ต.สุรพล อุดมชัยรัตน์ ช่วยราชการสำนักโฆษกสำนักนายกฯ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สำนักโฆษกฯ ปรึกษาไปยังทีมกฎหมายสำนักนายกฯ เพื่อทำหนังสือให้ผู้สื่อข่าวที่ลงชื่อร่วมเดินทางไปในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ทั้งสิ้น 68 คน ลงนามยอมรับข้อตกลงว่า หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดจนทำให้เกิดความสูญเสียในชีวิต และทรัพย์สิน จะไม่เรียกร้องค่าเสียหาย หรือค่าชดเชยใดๆ จากภาครัฐ
“ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ และไม่กล้าร่างหนังสือดังกล่าว เนื่องจากทุกคนทราบดีว่าการไปพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก และที่สำคัญนายกฯ เป็นผู้ออกปากชักชวนสื่อทำเนียบลงสัมผัสพื้นที่พร้อมกับตัวเอง แต่นายกฯ กลับลงพื้นที่เพียงแค่วันที่ 20 เม.ย.วันเดียว โดยไม่ค้างคืน ขณะที่สื่อจะต้องอยู่ในพื้นที่ 3 วัน 2 คืน”แหล่งข่าว ระบุ
ผู้จัดการออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2550
“หญิงหน่อย” นำทีมบริจาคเลือด! สบช่อง-เช็กยอดพลพรรค ทรท.
วันนี้ (1 เม.ย.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย พร้อมด้วย อดีต ส.ส.กทม. เช่น นางสาวศันศนีย์ นาคพงศ์ น.ส.ศุภมาศ อิสรภักดี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายเอกพจน์ วงศ์อาระยะ และน.ต.ศิธา ทิวารี ฯลฯ รวมทั้ง ส.ก.และ ส.ข.ของพรรคไทยรักไทยประมาณ 100 คน เดินทางมาบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา
คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย.ว่า กิจกรรมนี้เป็นแนวคิดของอดีต ส.ส.ในพรรคว่าควรบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาส 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาพวกเราไม่ได้ทำกิจกรรมทางการเมือง แม้จะมีการพบปะกันบ้าง ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีกำหนดวันเลือกตั้งประมาณเดือนธันวาคมไว้แล้วนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะทุกอย่างจะได้กลับเข้าสู่ระบบ แต่ถึงอย่างไรพวกตนก็ต้องรอผลการพิจารณาของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญคดียุบพรรคว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้พวกตนก็ปฏิบัติตามคำสั่ง คมช. และนายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรค อย่างเคร่งครัด
เมื่อถามว่า การยกเลิกประกาศ คปค.ฉบับที่ 15, 27 หลังการลงประชามติมีความเห็นอย่างไร คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ทุกคนล้วนอยากเห็นประเทศชาติเกิดความสงบ และ คมช.ไม่ควรคิดว่าพรรคการเมือสร้างความวุ่นวาย โดยที่น่าจะมีการหารือในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งคิดว่าทุกพรรคพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบและสมานฉันท์ เเละเตรียมไปสู่การเลือกตั้ง เรื่องนี้อยู่ที่ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
เมื่อถามว่ากลุ่ม กทม.ยังสังกัดพรรคไทยรักไทยต่อไปหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ยังไม่เห็นมีใครลาออกแต่ก็ยังไม่สามารถทำงานทางการเมืองได้ มีเพียงการทำงานเพื่อสังคม โดยทุกคนยังทำตามคำสั่ง คมช.โดยไม่ได้เคลื่อนไหว
เมื่อถามถึงท่อน้ำเลี้ยงจากพรรคที่สนับสนุนกลุ่มต่างๆ ให้ต่อต้าน คมช. และรัฐบาล คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบว่า พวกตนยังให้ความร่วมมือต่อ คมช. ไม่ได้สร้างความวุ่นวายให้ประเทศ เพราะปีนี้เป็นปีมหามงคลเชื่อว่าทุกพรรคไม่ได้คิดเเตกต่างไปจากตน ทุกคนคงรอเวทีการเลือกตั้งดีกว่าที่จะมาสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง
มีรายงานข่าวจากอดีต ส.ส.กทม.แจ้งว่า การนัดอดีต ส.ส., ส.ก. และส.ข.กทม.มาบริจาคเลือดในครั้งนี้เป็นความคิดของคุณหญิงสุดารัตน์ที่ต้องการเช็กยอดจำนวนอดีต ส.ส., ส.ก.และส.ข.ของพรรรคเพื่อแสดงศักยภาพ และต้องการตรวจสอบว่ายังมีความเหนียวแน่นและยังอยู่ในการดูแลของคุณหญิงสุดารัตน์หรือไม่ ทั้งนี้ หากใครไม่มาคุณหญิงสุดารัตน์ขู่ว่าจะไม่ให้การสนับสนุนทุกด้าน รวมทั้งไม่ส่งลงเลือกตั้งในนามพรรคไทยรักไทย
สุดารัตน์” นำทีม ส.ส.-ส.ก.-ส.ข.พรรคไทยรักไทย แห่บริจาคเลือด ถือโอกาสเช็กยอดพลพรรค รับปากน้อมรับคำสั่ง คมช. ยินดีเข้าสู่ระบบเลือกตั้ง แต่ขอลุ้นคำสั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคก่อน
วันนี้ (1 เม.ย.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย พร้อมด้วย อดีต ส.ส.กทม. เช่น นางสาวศันศนีย์ นาคพงศ์ น.ส.ศุภมาศ อิสรภักดี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายเอกพจน์ วงศ์อาระยะ และน.ต.ศิธา ทิวารี ฯลฯ รวมทั้ง ส.ก.และ ส.ข.ของพรรคไทยรักไทยประมาณ 100 คน เดินทางมาบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา
คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย.ว่า กิจกรรมนี้เป็นแนวคิดของอดีต ส.ส.ในพรรคว่าควรบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาส 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาพวกเราไม่ได้ทำกิจกรรมทางการเมือง แม้จะมีการพบปะกันบ้าง ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีกำหนดวันเลือกตั้งประมาณเดือนธันวาคมไว้แล้วนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะทุกอย่างจะได้กลับเข้าสู่ระบบ แต่ถึงอย่างไรพวกตนก็ต้องรอผลการพิจารณาของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญคดียุบพรรคว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้พวกตนก็ปฏิบัติตามคำสั่ง คมช. และนายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรค อย่างเคร่งครัด
เมื่อถามว่า การยกเลิกประกาศ คปค.ฉบับที่ 15, 27 หลังการลงประชามติมีความเห็นอย่างไร คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ทุกคนล้วนอยากเห็นประเทศชาติเกิดความสงบ และ คมช.ไม่ควรคิดว่าพรรคการเมือสร้างความวุ่นวาย โดยที่น่าจะมีการหารือในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งคิดว่าทุกพรรคพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบและสมานฉันท์ เเละเตรียมไปสู่การเลือกตั้ง เรื่องนี้อยู่ที่ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
เมื่อถามว่ากลุ่ม กทม.ยังสังกัดพรรคไทยรักไทยต่อไปหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ยังไม่เห็นมีใครลาออกแต่ก็ยังไม่สามารถทำงานทางการเมืองได้ มีเพียงการทำงานเพื่อสังคม โดยทุกคนยังทำตามคำสั่ง คมช.โดยไม่ได้เคลื่อนไหว
เมื่อถามถึงท่อน้ำเลี้ยงจากพรรคที่สนับสนุนกลุ่มต่างๆ ให้ต่อต้าน คมช. และรัฐบาล คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบว่า พวกตนยังให้ความร่วมมือต่อ คมช. ไม่ได้สร้างความวุ่นวายให้ประเทศ เพราะปีนี้เป็นปีมหามงคลเชื่อว่าทุกพรรคไม่ได้คิดเเตกต่างไปจากตน ทุกคนคงรอเวทีการเลือกตั้งดีกว่าที่จะมาสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง
มีรายงานข่าวจากอดีต ส.ส.กทม.แจ้งว่า การนัดอดีต ส.ส., ส.ก. และส.ข.กทม.มาบริจาคเลือดในครั้งนี้เป็นความคิดของคุณหญิงสุดารัตน์ที่ต้องการเช็กยอดจำนวนอดีต ส.ส., ส.ก.และส.ข.ของพรรรคเพื่อแสดงศักยภาพ และต้องการตรวจสอบว่ายังมีความเหนียวแน่นและยังอยู่ในการดูแลของคุณหญิงสุดารัตน์หรือไม่ ทั้งนี้ หากใครไม่มาคุณหญิงสุดารัตน์ขู่ว่าจะไม่ให้การสนับสนุนทุกด้าน รวมทั้งไม่ส่งลงเลือกตั้งในนามพรรคไทยรักไทย
“ป๋าเหนาะ” อโหสิกรรม “แม้ว” หนุน “สุรยุทธ์” นั่งนายกฯ ต่อ
1 เมษายน 2550 12:00 น.
เสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช
“หัวหน้าพรรคประชาราช” อวยพรวันเกิด อยากได้คนดีมาปกครองประเทศ ยังให้กำลังใจ “สุรยุทธ์” นั่งเก้าอี้นายกฯ บริหารบ้านเมืองต่อไป พร้อมอโหสิกรรม “แม้ว” ชี้ชัดกลุ่มผู้ชุมนุมมุ่งหวังผลประโยชน์ทางการเมือง เชื่อรัฐบาล-คมช.รู้ดีใครอยู่เบื้องหลัง
วันนี้ (1 เม.ย.) ที่สนามกอล์ฟอัลไพน์ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ได้เปิดบ้านพักให้นักการเมืองและประชาชนเข้าอวยพรวันเกิดครบรอบ 73 ปี โดยนายเสนาะ กล่าวว่า สิ่งที่อยากได้ในวันเกิดวันนี้ คืออยากได้คนดีมาปกครองบริหารประเทศ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ตนเอง ส่วนทิศทางของพรรคประชาราชนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน
โดยนายเสนาะได้มองในการทำงานของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ว่าอยากให้กำลังใจแก่นายกรัฐมนตรี และยังไม่ควรปรับเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี แต่สิ่งที่ยอมรับไม่ได้คือการทำงานของข้าราชการบางกระทรวงที่ไม่เคยทำหน้าที่บริหารประเทศมาก่อน
นอกจากนี้ นายเสนาะยังได้ฝากถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนว่า หากใครก็ตามที่ตนเคยทำให้ขุ่นข้องหมองใจก็อยากจะอโหสิให้ เพราะทุกอย่างที่ทำไปเป็นเจตนาดี และในวันเกิดปีนี้นายเสนาะได้มอบพระวัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นของขวัญแก่ประชาชนที่เข้าอวยพรวันเกิด
อย่างไรก็ตาม นายเสนาะยังได้กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมประท้วงรัฐบาล และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ว่า การรวมกลุ่มทางการเมืองที่เกิดขึ้นมีผู้อยู่เบื้องหลัง เป็นม็อบจัดตั้งที่มุ่งหวังประโยชน์ทางการเมือง และทำให้เกิดความแตกแยก
“ขณะที่ฝ่ายหนึ่งพยายามทำให้เกิดความสามัคคี แต่ก็มีอีกฝ่ายหนึ่งทำให้เกิดความแตกแยกขยายวงกว้าง ซึ่งภาวะปัจจุบันผมมองว่าทุกคนควรสามัคคีกัน พยายามอย่าให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมือง” นายเสนาะ กล่าว
เมื่อถามว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นจะเกิดปัญหาการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ชุมนุมหรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า ต้องดูว่าการชุมนุมประท้วงมีเหตุผลอย่างไร แต่ม็อบที่เกิดขึ้นเป็นม็อบที่ไม่มีเหตุผล เป็นการรวมตัวเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งมาโดยอามิสสินจ้าง ตนไม่ขอพูดเรื่องท่อน้ำเลี้ยงหรือเงินสนับสนุนจากใคร เพราะเรื่องนี้รัฐบาลและ คมช.ทราบดีว่าใครอยู่เบื้องหลัง จึงอยากเรียกร้องทุกคนสามัคคีกันไว้เพื่อให้ได้รัฐบาลที่สามารถสรรหาคนดีมาปกครอง หลังจากนั้นหากมีปัญหาอะไรค่อยมาจับเข่าคุยกัน ตนมองว่ารัฐบาลที่มาจากประชาชนจะทำอะไรได้ดีกว่าและสง่างามกว่า
ผู้จัดการออนไลน์
เสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช
“หัวหน้าพรรคประชาราช” อวยพรวันเกิด อยากได้คนดีมาปกครองประเทศ ยังให้กำลังใจ “สุรยุทธ์” นั่งเก้าอี้นายกฯ บริหารบ้านเมืองต่อไป พร้อมอโหสิกรรม “แม้ว” ชี้ชัดกลุ่มผู้ชุมนุมมุ่งหวังผลประโยชน์ทางการเมือง เชื่อรัฐบาล-คมช.รู้ดีใครอยู่เบื้องหลัง
วันนี้ (1 เม.ย.) ที่สนามกอล์ฟอัลไพน์ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ได้เปิดบ้านพักให้นักการเมืองและประชาชนเข้าอวยพรวันเกิดครบรอบ 73 ปี โดยนายเสนาะ กล่าวว่า สิ่งที่อยากได้ในวันเกิดวันนี้ คืออยากได้คนดีมาปกครองบริหารประเทศ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ตนเอง ส่วนทิศทางของพรรคประชาราชนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน
โดยนายเสนาะได้มองในการทำงานของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ว่าอยากให้กำลังใจแก่นายกรัฐมนตรี และยังไม่ควรปรับเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี แต่สิ่งที่ยอมรับไม่ได้คือการทำงานของข้าราชการบางกระทรวงที่ไม่เคยทำหน้าที่บริหารประเทศมาก่อน
นอกจากนี้ นายเสนาะยังได้ฝากถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนว่า หากใครก็ตามที่ตนเคยทำให้ขุ่นข้องหมองใจก็อยากจะอโหสิให้ เพราะทุกอย่างที่ทำไปเป็นเจตนาดี และในวันเกิดปีนี้นายเสนาะได้มอบพระวัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นของขวัญแก่ประชาชนที่เข้าอวยพรวันเกิด
อย่างไรก็ตาม นายเสนาะยังได้กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมประท้วงรัฐบาล และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ว่า การรวมกลุ่มทางการเมืองที่เกิดขึ้นมีผู้อยู่เบื้องหลัง เป็นม็อบจัดตั้งที่มุ่งหวังประโยชน์ทางการเมือง และทำให้เกิดความแตกแยก
“ขณะที่ฝ่ายหนึ่งพยายามทำให้เกิดความสามัคคี แต่ก็มีอีกฝ่ายหนึ่งทำให้เกิดความแตกแยกขยายวงกว้าง ซึ่งภาวะปัจจุบันผมมองว่าทุกคนควรสามัคคีกัน พยายามอย่าให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมือง” นายเสนาะ กล่าว
เมื่อถามว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นจะเกิดปัญหาการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ชุมนุมหรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า ต้องดูว่าการชุมนุมประท้วงมีเหตุผลอย่างไร แต่ม็อบที่เกิดขึ้นเป็นม็อบที่ไม่มีเหตุผล เป็นการรวมตัวเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งมาโดยอามิสสินจ้าง ตนไม่ขอพูดเรื่องท่อน้ำเลี้ยงหรือเงินสนับสนุนจากใคร เพราะเรื่องนี้รัฐบาลและ คมช.ทราบดีว่าใครอยู่เบื้องหลัง จึงอยากเรียกร้องทุกคนสามัคคีกันไว้เพื่อให้ได้รัฐบาลที่สามารถสรรหาคนดีมาปกครอง หลังจากนั้นหากมีปัญหาอะไรค่อยมาจับเข่าคุยกัน ตนมองว่ารัฐบาลที่มาจากประชาชนจะทำอะไรได้ดีกว่าและสง่างามกว่า
ผู้จัดการออนไลน์
แผนชั่วชนฟ้าล่าชื่อปลด “ป๋า” ถล่ม “ปธ.คมช.” พิลึกไม่แตะ “สุรยุทธ์”
31 มีนาคม 2550 13:00 น.
เผยพฤติกรรมสุดชั่วอำนาจเก่าเปิด “ยุทธการชนฟ้า” เต็มพิกัด ส่งลิ่วล้อป่วนกันเต็มที่ทั้งผ่านเว็บไซต์-ใบปลิว จาบจ้วงประธานองคมนตรีกระทบชิ่งสถาบัน ล่าสุดเหิมเกริมหนักข้อล่าชื่อให้ครบแสนชื่อถวายฎีกาถอดออกจากตำแหน่ง ดีเดย์วันที่ 5 เมษายนนี้ ตรวจพบ “จตุพร พรหมพันธุ์” ร่วมลงชื่อ ขณะเดียวกัน ถล่ม ปธ.คมช.ยับ แต่พิลึกไม่แตะ “สุรยุทธ์”
ในที่สุด “ขบวนการชนฟ้า” ก็ได้เปิดเผยโฉมหน้าออกมาให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดกลุ่มอำนาจเก่าได้ใช้วิธีการสื่อสารยุคใหม่มุ่งร้ายโจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง
โดยเฉพาะจากการตรวจสอบใน www.tmctoday.com ได้เปิดลิงก์หน้าไปที่tmctoday.com/vote/vote5450.php เพื่อให้มีการล่ารายชื่อถอดถอน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยให้มีการลงชื่อประชาชนให้ครบ 1 แสนชื่อ เพื่อถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ ปลด พล.อ.เปรมให้พ้นจากตำแหน่งองคมนตรี
ทั้งนี้ตามกำหนดการของคนกลุ่มนี้จะเสนอรายชื่อที่รวบรวมได้ดังกล่าวยื่นต่อสำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 5 เมษายน 2550
อย่างไรก็ดี ที่น่าสนใจก็คือ จนถึงวันนี้ (31 มี.ค.เวลาประมาณ 11.30 น.) มีผู้ร่วมลงชื่อถวายฎีกาจำนวน 2,468 คน และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ ปรากฏว่ามี นายจตุพร พรหมพันธุ์ (จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตรองโฆษกพรรคไทยรักไทย ซึ่งปัจจุบันเคลื่อนไหวในนามกลุ่มพีทีวีร่วมกับ นายวีระ มุกสิกพงศ์ อดีตผู้บริหารพรรคไทยรักไทย) ลงชื่อเป็นลำดับที่ 2,467 โดยลงชื่อเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2550 ที่ผ่านมา
แต่ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 12.15 น.ได้มีการลบรายชื่อของนายจตุพรออกไป ทำให้ไม่มีรายชื่อลำดับที่ 2,467 ซึ่งเคยอยู่หลัง นายอายุทธ ดิษฐ์โชติ (เขียนเป็นภาษาอังกฤษ) มีแค่ชื่อลำดับที่ 2,466 และ 2,468 เท่านั้น
โดยเมื่อราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายจตุพร พร้อมด้วย นายจักรภพ เพ็ญแข และอีกหลายคนได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งมีภาพปรากฏทางสื่อ และบุคคลในภาพก็ออกมายอมรับ แต่อ้างว่าไปยื่นใบลาออกจากพรรคไทยรักไทยเท่านั้น ไม่ได้ไปรับเงินมาเคลื่อนไหวแต่อย่างใด
สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นก่อนหน้านี้ในช่วงกลางปีที่ผ่านมาได้กล่าวจาบจ้วง โดยกล่าวคำพูดเรื่อง “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” ซึ่งหลายฝ่ายเข้าใจว่าเป็นการพาดพิงเบื้องสูง อย่างไรก็ตาม นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ก็บอกว่าจากการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับการยืนยันว่าหมายถึง พล.อ.เปรม ไม่ได้หมายถึงพระเจ้าอยู่หัว
ส่วน นายจตุพร นั้นมีท่าทีชัดเจนมาตลอดในเรื่องการกล่าวโจมตี พล.อ.เปรม โดยย้ำว่า ประธานองคมนตรีสามารถวิจารณ์ได้ ขณะเดียวกัน นอกจากนายจตุพรแล้วยังมี นายวีระ มุกสิกพงศ์ ด้วยที่มีท่าทีจาบจ้วง พล.อ.เปรม ซึ่งทำให้คนสงขลาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงและรวมตัวกันประท้วงกันเป็นจำนวนมาก
ที่น่าสังเกตก็คือ ในเว็บไซต์ “ทีเอ็มซี ทูเดย์” ดังกล่าว ยังได้เผยแพร่กิจกรรมและกำหนดการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่ต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เช่น กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ กลุ่มพิราบขาว เป็นต้น ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ต่างเคลื่อนไหวในแนวทางเดียวกับกลุ่มม็อบพีทีวี และสมาพันธ์ประชาธิปไตยที่นำโดย นพ.เหวง โตจิราการ และ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ และนางประทีป อึ้งทรงธรรม
ขณะเดียวกัน เว็บไซต์แห่งนี้ยังได้กล่าวโจมตี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. รวมทั้งโจมตีบุคคลที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบทักษิณ เช่น นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าฯ สตง. และกรรมการตรวจสอบการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) นายแก้วสรร อติโพธิ นายสัก กอแสงเรือง นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ คตส. นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นต้น
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ในเว็บไซต์ดังกล่าวไม่มีการกล่าวโจมตีหรือตำหนิการทำงานของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีเลย ซึ่งถือว่าผิดปกติอย่างยิ่ง
ที่ผ่านมา นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เคยตั้งข้อสังเกตในรายการยามเฝ้าแผ่นดินหลายครั้งสงสัยว่า พล.อ.สุรยุทธ์ อาจมีส่วนสมรู้ร่วมคิดหรือมีการรับเงื่อนไขบางอย่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ โดยยกตัวอย่างกรณีช่วยเหลือพนักงานไอทีวี การไม่แสดงท่าทีไม่ให้ความร่วมมือกับ คตส.ในการตรวจสอบการทุจริตบุคคลในรัฐบาลที่แล้ว เป็นต้น
ผู้จัดการออนไลน์
เผยพฤติกรรมสุดชั่วอำนาจเก่าเปิด “ยุทธการชนฟ้า” เต็มพิกัด ส่งลิ่วล้อป่วนกันเต็มที่ทั้งผ่านเว็บไซต์-ใบปลิว จาบจ้วงประธานองคมนตรีกระทบชิ่งสถาบัน ล่าสุดเหิมเกริมหนักข้อล่าชื่อให้ครบแสนชื่อถวายฎีกาถอดออกจากตำแหน่ง ดีเดย์วันที่ 5 เมษายนนี้ ตรวจพบ “จตุพร พรหมพันธุ์” ร่วมลงชื่อ ขณะเดียวกัน ถล่ม ปธ.คมช.ยับ แต่พิลึกไม่แตะ “สุรยุทธ์”
ในที่สุด “ขบวนการชนฟ้า” ก็ได้เปิดเผยโฉมหน้าออกมาให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดกลุ่มอำนาจเก่าได้ใช้วิธีการสื่อสารยุคใหม่มุ่งร้ายโจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง
โดยเฉพาะจากการตรวจสอบใน www.tmctoday.com ได้เปิดลิงก์หน้าไปที่tmctoday.com/vote/vote5450.php เพื่อให้มีการล่ารายชื่อถอดถอน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยให้มีการลงชื่อประชาชนให้ครบ 1 แสนชื่อ เพื่อถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ ปลด พล.อ.เปรมให้พ้นจากตำแหน่งองคมนตรี
ทั้งนี้ตามกำหนดการของคนกลุ่มนี้จะเสนอรายชื่อที่รวบรวมได้ดังกล่าวยื่นต่อสำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 5 เมษายน 2550
อย่างไรก็ดี ที่น่าสนใจก็คือ จนถึงวันนี้ (31 มี.ค.เวลาประมาณ 11.30 น.) มีผู้ร่วมลงชื่อถวายฎีกาจำนวน 2,468 คน และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ ปรากฏว่ามี นายจตุพร พรหมพันธุ์ (จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตรองโฆษกพรรคไทยรักไทย ซึ่งปัจจุบันเคลื่อนไหวในนามกลุ่มพีทีวีร่วมกับ นายวีระ มุกสิกพงศ์ อดีตผู้บริหารพรรคไทยรักไทย) ลงชื่อเป็นลำดับที่ 2,467 โดยลงชื่อเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2550 ที่ผ่านมา
แต่ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 12.15 น.ได้มีการลบรายชื่อของนายจตุพรออกไป ทำให้ไม่มีรายชื่อลำดับที่ 2,467 ซึ่งเคยอยู่หลัง นายอายุทธ ดิษฐ์โชติ (เขียนเป็นภาษาอังกฤษ) มีแค่ชื่อลำดับที่ 2,466 และ 2,468 เท่านั้น
โดยเมื่อราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายจตุพร พร้อมด้วย นายจักรภพ เพ็ญแข และอีกหลายคนได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งมีภาพปรากฏทางสื่อ และบุคคลในภาพก็ออกมายอมรับ แต่อ้างว่าไปยื่นใบลาออกจากพรรคไทยรักไทยเท่านั้น ไม่ได้ไปรับเงินมาเคลื่อนไหวแต่อย่างใด
สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นก่อนหน้านี้ในช่วงกลางปีที่ผ่านมาได้กล่าวจาบจ้วง โดยกล่าวคำพูดเรื่อง “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” ซึ่งหลายฝ่ายเข้าใจว่าเป็นการพาดพิงเบื้องสูง อย่างไรก็ตาม นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ก็บอกว่าจากการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับการยืนยันว่าหมายถึง พล.อ.เปรม ไม่ได้หมายถึงพระเจ้าอยู่หัว
ส่วน นายจตุพร นั้นมีท่าทีชัดเจนมาตลอดในเรื่องการกล่าวโจมตี พล.อ.เปรม โดยย้ำว่า ประธานองคมนตรีสามารถวิจารณ์ได้ ขณะเดียวกัน นอกจากนายจตุพรแล้วยังมี นายวีระ มุกสิกพงศ์ ด้วยที่มีท่าทีจาบจ้วง พล.อ.เปรม ซึ่งทำให้คนสงขลาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงและรวมตัวกันประท้วงกันเป็นจำนวนมาก
ที่น่าสังเกตก็คือ ในเว็บไซต์ “ทีเอ็มซี ทูเดย์” ดังกล่าว ยังได้เผยแพร่กิจกรรมและกำหนดการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่ต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เช่น กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ กลุ่มพิราบขาว เป็นต้น ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ต่างเคลื่อนไหวในแนวทางเดียวกับกลุ่มม็อบพีทีวี และสมาพันธ์ประชาธิปไตยที่นำโดย นพ.เหวง โตจิราการ และ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ และนางประทีป อึ้งทรงธรรม
ขณะเดียวกัน เว็บไซต์แห่งนี้ยังได้กล่าวโจมตี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. รวมทั้งโจมตีบุคคลที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบทักษิณ เช่น นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าฯ สตง. และกรรมการตรวจสอบการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) นายแก้วสรร อติโพธิ นายสัก กอแสงเรือง นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ คตส. นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นต้น
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ในเว็บไซต์ดังกล่าวไม่มีการกล่าวโจมตีหรือตำหนิการทำงานของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีเลย ซึ่งถือว่าผิดปกติอย่างยิ่ง
ที่ผ่านมา นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เคยตั้งข้อสังเกตในรายการยามเฝ้าแผ่นดินหลายครั้งสงสัยว่า พล.อ.สุรยุทธ์ อาจมีส่วนสมรู้ร่วมคิดหรือมีการรับเงื่อนไขบางอย่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ โดยยกตัวอย่างกรณีช่วยเหลือพนักงานไอทีวี การไม่แสดงท่าทีไม่ให้ความร่วมมือกับ คตส.ในการตรวจสอบการทุจริตบุคคลในรัฐบาลที่แล้ว เป็นต้น
ผู้จัดการออนไลน์
ถอดรหัส “ม็อบชายแดนใต้” ถอดบทเรียนสงครามมวลชน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 มีนาคม 2550 14:16 น.
ศูนย์เฝ้าระวังเชิงองค์ความรู้สถานการณ์ภาคใต้ ม.สงขลานครินทร์ (IDSW) โดย ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี รายงานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ “ม็อบ” ที่ชายแดนใต้เพื่อถอดให้เห็นองค์ประกอบของการชุมนุมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ระยะหลัง ทั้งข้อเรียกร้อง จำนวนคน บทบาทของผู้หญิงและเด็ก และพื้นที่เกิดเหตุ ฯลฯ พร้อมวิเคราะห์บทเรียนของทางการต่อการรับมือเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวจากกรณีตากใบ – ตันหยงลิมอ – กูจิงลือปะ ที่นำมาสู่การปรับกลยุทธในการเจรจาต่อรอง ซึ่งสะท้อนทั้งความสำเร็จของแนวทางสันติวิธี ทว่าในทางกลับกันก็ยังคงฉายภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมที่มีฐานะเป็นหลุมดำอยู่
อ่านต่อ
ศูนย์เฝ้าระวังเชิงองค์ความรู้สถานการณ์ภาคใต้ ม.สงขลานครินทร์ (IDSW) โดย ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี รายงานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ “ม็อบ” ที่ชายแดนใต้เพื่อถอดให้เห็นองค์ประกอบของการชุมนุมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ระยะหลัง ทั้งข้อเรียกร้อง จำนวนคน บทบาทของผู้หญิงและเด็ก และพื้นที่เกิดเหตุ ฯลฯ พร้อมวิเคราะห์บทเรียนของทางการต่อการรับมือเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวจากกรณีตากใบ – ตันหยงลิมอ – กูจิงลือปะ ที่นำมาสู่การปรับกลยุทธในการเจรจาต่อรอง ซึ่งสะท้อนทั้งความสำเร็จของแนวทางสันติวิธี ทว่าในทางกลับกันก็ยังคงฉายภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมที่มีฐานะเป็นหลุมดำอยู่
อ่านต่อ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)