วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554
"คำขวัญกรุงเทพฯ" โดยโน้ตอุดม จากเดี่ยว 9.........แหล่มมมม
วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554
น่าคิดนะ นึกถึง Lord Voldermor กันเลยเชียว
aja5a6bccfb5fh66a55eb.jpg (JPEG Image, 650x252 pixels)
วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2550
เหตุผลที่ผมไล่เลขาผมออก
อาทิตย์ที่แล้วเป็นวันเกิดของผม
เป็นเช้าที่ผมตื่นมาแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่
จากนั้นผมก็เลยลงไปทานอาหารเช้า
โดยหวังว่าภรรยาผมจะแฮปปี้เบิร์ดเดย์กับผม
แล้วก็มีของขวัญเล็กๆสักชิ้นให้
แต่กลับกลายเป็นว่าเธอไม่แม้แต่จะอรุณสวัสดิ์ผม
ลืมไปได้เลยเรื่อง แฮปปี้เบิร์ดเดย์ อ่ะ
ผมก็คิดเอาว่า เอาน่านี่แหละการแต่งงาน
แต่ ลูกผมไง
พวกเค้าจะจำวันนี้ได้
แต่ลูกผมก็ลงมาทานข้าวข้างล่างแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรซักคำเลย
จากนั้นผมก็ไปออฟฟิศ ไปทำงาน ด้วยความรู้สึกต่ำต้อย และ ค่อนข้างแย่
พอผมไปถึงออฟฟิศ
เจน เลขาผมก็เข้ามาทักว่า "สวัสดีค่ะเจ้านาย" แล้วก็
"สุขสันต์วันเกิดนะคะ"
ผมก็รู้สึกดีที่ว่าอย่างน้อยก็มีซักคนที่จำวันเกิดผมได้น่า
จากนั้นผมก็ทำงานไปเรื่อยๆจนถึงบ่ายโมง
แล้วเจน ก็มาเคาะประตูห้องผมแล้วถามว่า
"วันนี้ช่างเป็นวันที่อากาศดีจริงๆเลย แล้ววันนี้ก็เป็นวันเกิดเจ้านายด้วย
ทำไมเราไม่ไปกินข้าวเที่ยงกันสองต่อสอง แค่ฉันกับคุณ"
พอได้ยินอย่างนั้น ผมก็ตอบไปว่า "แน่นอนสิ นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้ยินตั้งแต่เช้าเลยนะ"
จากนั้นเราก็ไปทานข้าวเที่ยงกัน
แต่เราไม่ได้ไปที่เราไปกินกันตามปกติ
เจนเลือกร้านที่ค่อนข้างเงียบๆ (เป็นส่วนตัว)หน่อย
แล้วเราก็เลือกโต๊ะเฉพาะไว้
เราก็สั่งมาร์ตินี่มาดื่มกันคนละสองแก้ว
จากนั้นระหว่างทางกลับไปออฟฟิศ
เจนบอกกับผมว่า "วันนี้ช่างเป็นวันที่อากาศดีจริงๆเลย
เราคงไม่ต้องรีบกลับกันไปที่ออฟฟิศจริงๆใช่มั้ยเนี่ย"
ผมก็ตอบไปว่า "อืม คงไม่จำเป็นมั้ง ว่าแต่ เจน คุณคิดว่าไงล่ะ"
เจนเลยตอบว่า "งั้นแวะไปอาพาร์ทเม้นชั้นก่อนมั้ยล่ะ อยู่แค่ตรงหัวมุมด้านหน้านี่เอง"
พอเราไปถึงอาพาร์ทเม้นของเจน
เจนก็บอกกับผมว่า "บอสค่ะคุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยถ้าฉันจะเข้าไปในห้องนอนซักพักนึงก่อน แล้วจะกลับมาหาบอสนะคะ"
ผมก็ตอบ "โอเค" ไปแบบตะกุกตะกัก ไม่มั่นใจ
เจนก็เข้าไปในห้องของหล่อนแป๊ปนึง
จากนั้นเธอก็ออกมา พร้อมกับเค๊กวันเกิดก้อนใหญ่
พร้อมกับ ภรรยาผม ลูกๆผม เพื่อนๆของผมเป็นขโยง เพื่อนร่วมงาน แล้วทุกคนก็ร้องเพลง สุขสันต์วันเกิดให้ผม..
แล้วผมก็นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น
บนโซฟาของเจน......
......แบบเปลือยกายอยู่.......
วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
เพื่อน!! สำคัญเสมอ
ระหว่างเพื่อนกะ แฟน...
++ อาหาร ++
เพื่อน: ข้าว ราดแกง / ก๋วยเตี๋ยว ราคาไม่เกิน 30แดกไรแพงๆวะ เปลืองชิบ
แฟน: กินอะไรก็ได้ที่มันไม่ใช่ ข้าว - สปาเกตตี้
เฟรนฟรายซ์ ซูชิ ฯลฯ สั่ง กันไป… มื้อละร้อยขึ้น
-------------------------- --------------- -----------
++ ข้ามถนน ++
แฟน: ข้ามได้ มั้ย ระวังนะครับ! จับมือผมไว้
เพื่อน: ………อ้าว! เหี้ย… รอกูด้วย(แม่งข้าม ไปนานละ)
-------------------------- ------------------------- -
++ เวลาเดิน ++
แฟน: แนบชิดประหนึ่ง ตัวดูดแบบสุญญากาศ
เพื่อน: เฮ้ย! ไปไกลๆกูหน่อยดิ ร้อนจะตาย ห่า!!
-------------------------- ------------------------- -
++ บนรถเมล์ ++
แฟน: นั่งก่อนเลย ครับ เดี๋ยวผมยืนเอง
เพื่อน: เหยิบหน่อยดิวะ กูจะนั่งด้วย!
--- ----------------------- --------------------------
++ เงิน ++
แฟน: มีเสมอ..จ่ายไม่อั้น
เพื่อน: ไม่มีเสมอ... มึงออกไปก่อนละกัน เดี๋ยวกูให้(แร้วแม่งก็ชิ่ง)
------------- ------------- --------------------------
++ มา สาย ++
แฟน: ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้
เพื่อน: ทำห่าไรอยู่ วะ มาโคตรช้าเลย สาด ...เลี้ยงข้าวกูเลย(เพิ่งจะมาก่อนแม่ง ได้ 5 นาทีเหมือน กัน)
-------------------------- ------------------------- -
++ ช่วยทำธุระ ++
แฟน: ว่าง เสมอ - อ๋อ ว่างครับ จะให้ไปถึงที่นั่นกี่โมงดี จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า
เพื่อน: ไม่เคยว่าง - ขนของย้ายห้องเหรอวะ .. เออ...ที่จริงก็ได้นะ แต่พอดีแม่ กูให้ช่วยพาไปหาญาติๆฝ่ายแม่ว่ะ
แล้วบ่ายๆ ต้องไปหาของฝ่ายพ่ออีก คงไม่ว่างแล้วละ
------------------------- - --------------------------
++ กลับบ้านดึก ++
แฟน: เดี๋ยวผมนั่งรถไปส่งดีกว่านะ กลับคนเดียว อันตราย
เพื่อน: กลับยังไงวะมึง มีค่ารถป่าว แต่กูไม่มีให้ยืมนะ เว้ย
-------------------------- ------------------------- -
++ ป่วย ++
แฟน: เป็นไรมากมั้ย? กิน ยายังคับ ห่มผ้าด้วยนะ(แม่งดูแลแม่อย่างนี้ป่าววะ)
เพื่อน: เป็นห่าไรอีกวะ สำออยอะดิมึง… ออกมาให้ไวเลย แดกเหล้ากัน
-------------------------- -
++ สอนหนังสือ ++
แฟน: ไม่เข้าใจตรงไหนบอกนะ ครับ จะอธิบายให้ใหม่
เพื่อน: กูสอนมึง 3 รอบแล้วนะ ห่านี่ แดกหมาแทนข้าวไง วะ
-------------------------- ------------------------- -
++ วาเลนไทน์ ++
แฟน: ให้คุณได้ ทุกอย่าง ยกเว้น ดาว เดือน และ ขนหน้าอก
เพื่อน: ……………(วันนี้มันไม่มีตัว ตน)
-------------------------- ------------------------- -
++ โดนทิ้ง ++
แฟน: เราไปกันไม่ได้ / อย่า มายุ่งกับเรา / ไปไหนก็ไปรำคาญ (so sad)
เพื่อน: ไม่เป็นไรเว้ย! ช่างแม่ง … มึงยังมีกูอยู่
ถ้าเห็นด้วยกรุณาส่งต่อ (ถ้า ไม่ส่งถือจะว่าไม่เห็นด้วย)
ดีเนอะที่โลกนี้มีคำว่า 'เพื่อน' ^v^
วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2550
อุทาหรณ์ นักศึกษาสาว ถูก เพื่อนชาย ล้วง ใน โรงหนัง
อุทาหรณ์ นักศึกษาสาว ถูก เพื่อนชาย ล้วง ใน โรงหนัง (ภัยรายวันเตือนภัย นักศึกษา)
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จากปากของน้อง ใบเตย นักศึกษาชื่อดังย่านรามคำแรง ที่เปิดใจ คุยกับทีมงาน เพื่อเป็นอุทาหรณ์ของสาวๆ ที่จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่ออันโอชะ ของผู้ชายที่เห็นแก่ตัว ที่จ้องแต่จะเอาเปรียบผู้หญิง
น้องเตย ตอนนี้อายุ 19 ...หญิงสาว ผิวขาว หน้าตาน่ารัก ตามวัยใส...น้องเตยเล่าให้ฟังว่า เพราะว่า เตย เป็นผู้หญิงที่ดูน่ารัก เตย สูง 167 หนัก 50 ดูเพรียวบางผิวขาวหน้าตาน่ารัก จึงเป็นธรรมดา ที่เตยจะมีหนุ่มๆมาจีบกันตรึม แต่ด้วยที่ยังไม่ถูกใจใครเลย เตยจึงยังไม่มีแฟน น้องเตยเล่าให้ฟังว่า วันนั้น เป็นวันศุกร์ หลังจากเลิกเรียนแล้ว มีเพื่อนชายที่สนิทกัน มาชวนไปดูหนัง ด้วยความที่ไว้ใจเพื่อน ประกอบกับหนังเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เตยอยากดูอยู่พอดี เตยจึงไม่ลังเลที่จะตอบตกลงเพื่อนชายที่คิดว่า เพื่อนกันคงไว้ใจกันได้
น้องเตยเล่าให้เราฟังต่อไปว่า....หลังจากที่เพื่อนของเตย ไปซื้อบัตร แล้วเราเข้าไปนั่งในโรงหนัง วันนั้นโรงหนังดูเงียบๆ โรงเหลง จัง
เพราะอาจจะเป็นวันที่หนังเรื่องนี้ใกล้ออกแล้วกระมัง...แต่เตยก็ ยังนึกเอ๊ะใจ อยู่ว่าทำไม เพื่อนคนนี้จะเลือกที่นั่ง ในแถวที่ไม่มีใครนั่งเลย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คงเพราะวันนี้คนน้อยกระมัง จะทำให้แถวของที่นั่งไม่มีคนมานั่งเลย...แต่เตยหารู้ไม่ว่า ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เตยจะถูกเพื่อนชาย...ล้วง
วันนั้นอากาศในโรงหนังเย็นมากเลย..ประกอบกับไว้ใจเพื่อนคนนี้ด้วย...บรรยากาศในโรงหนังวันนั้น มันเย็นมาก แล้วก็ มืดพอสมควร แล้ววันนั้น เตยก็นุ่งกระโปรงสั้น ใส่ชุดนักศึกษา รัดรูปพอสมควร เผยให้เห็นสิ่งที่ยั่วยวนอย่างเด่นชัด ประกอบกับขาขาวๆของเตย ซึ่งเตยก็รู้ดีว่าผู้ชายส่วนมากจะชอบมองขาของเตย แต่เตยก็ระวังตัวอยู่ตลอด
ระหว่างที่นั่งดูนั่งกัน....อากาศก็เย็น แล้วก็มืดด้วย เพื่อนชายของเตยก็เอามือมาจับมือเตย แล้วถามว่า เย็นไหม เตยก็ไม่ได้คิดอะไร
แต่ก็ ใจหวิวๆ บ้าง เพราะไม่เคยถูกผู้ชาย ใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน..เหมือนเค้าจะรู้ว่าเตยกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่เค้ากำลังทำ เค้าเริ่มรุกเร้าและจู่โจมมาลำดับ...เค้าเขยิบเอียงตัวมาใกล้เตย ตอนนั้นเตยรู้สึกได้เลยว่า ใจมันสั่นๆ แล้วก็ หวิวๆ ยังไงก็บอกไม่ถูก
ตอนนั้นเตยรู้สึกหมดเรี่ยวแรง เค้าเริ่มเอามือเข้ามาใกล้ๆ...ตรงนั้น แล้วล้วงเข้าไป....อู้ยๆ ทำอะไรค๊ะ เตยร้องถาม เค้าบอกว่า เหอะน๊านิดเดียวเอง เพื่อนกัน ล้วงแค่นี้เอง....เตยก็ ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงไปไหนหมด ปล่อยให้เค้าล้วงอย่างเมามัน....เตย มองตามมือลงไป เค้าเอามือล้วงหายเข้าไป อย่างเมามัน สายตาที่วิงวอนของเค้า มันทำให้เตย ได้แต่ร้องซี้ดอยู่ในใจว่า...อู้ย พอเหอะ ล้วงของเค้า พอยัง คะ
น๊า นิดเดียวเอง กำลังล้วงเพลินเลยๆนะ....ช่วงที่เค้าล้วงของเตยนั้น อีกมือเค้าก็เอื้อมมาบีบ..นม ของเตย เตยตกใจมากเลย ไม่คิดว่าเค้าจะกล้าขนาดนี้ แต่เตยก็ไม่ได้ว่าอะไรเค้า เพราะตอนนั้น ก็ รู้สึกอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน เหมือนกับว่า เค้าอยากทำอะไรก็ปล่อยให้เค้าทำไป....เพื่อนชายคนนั้น เค้าก็เอามือ มาบีบนม แล้วก็ คลำมันเล่นเบาๆ เตยก้มลงมามอง นม แล้วก็อมยิ้มในใจ หวงก็หวง..ไม่อยากให้เค้าทำ แต่ ตอนนั้นมันหมดแรงเลยนะ..เพื่อนก็ ไม่ยอมพอเสียที ทั้งล้วง ทั้ง บีบนม อย่างเมามัน ห้ามก็ไม่ฟัง....พอจะบอกให้พอ ก็ ทำหน้าอ้อนเตยก็เลยต้องปล่อยให้ เพื่อนมัน ทั้ง ล้วง ทั้ง บีบนม เล่น อย่างเมามัน
ช่วงที่เพื่อนล้วงแล้วเอามือออกมานะ...เตย รู้เลยว่า นิ้วเค้ามีน้ำแฉะๆด้วย....เพราะเตยเอามือไปโดนนิ้วเค้าตอนที่เค้าเอื้อมมาจับนมเตย....ตัวเอง พอเหอะ นะ..ล้วงของเค้าพอเหรอยังค๊ะ..นี่ น่าตีจัง ทั้ง มือก็ล้วง อีกข้างก็ จับนมของเค้านะ...พอเหอะนะ....เตยหวงของเตยนะ ตัวเองนะ ล้วงของเค้าพอยังนะ.....นี่ นิ้วตัวเอง อะ แฉะไปหมดแล้วนะ สงสารเค้าบ้างนะ...
นี่..อีตา บ้า...ล้วงพอหรือยัง..ล้วงเข้านะ ข้าวโพด ในถุงที่ฉันซื้อมานะ ล้วงไปกินจนจะหมดแล้วนะ...แล้ว นมกล่องที่ฉันซื้อมาก็บีบ เล่นอยู่ได้ มือว่างมากหรือไง แล้วนิ้วอะ มาจับแก้วแป็บซี่ จนนิ้ว แฉะไปหมดแล้วนะ เธอ..โอ้ย มาดูหนังกับเธอ โดนล้วง โดน จับ นม นิ้วแฉะ หมดเลย 555
วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2550
จริงเปล่าล่ะ??
no one sees your tears.. ไม่มีใครได้เห็นน้ำตาของคุณ
Sometimes when you are in pain, บางครั้ง ที่ คุณบาดเจ็บ
no one sees your hurt... ไม่มีใครรับรู้ถึงความเจ็บปวดของคุณ
Sometimes when you are worried, บางครั้ง ที่คุณกังวล
no one sees your stress... ไม่มีใครรับรู้ถึงความเครียดของคุณ
Sometimes when you are happy, บางครั้ง เมื่อคุณมีความสุข
no one sees your smile... ไม่มีใครสังเกตุเห็น รอยยิ้มของคุณ
But... แต่ทว่า .... . . . . . . . . . . . . . . . .
FART Just One Time... ขอเพียงคุณตด สักครั้ง
Everybody Knows! ทุกคนจะรู้ทันที!!!
เพื่อน 7 แบบที่ใครก็ต้องการ..
พระเจ้าอาเธอร์นั้นมีอัศวินโต๊ะกลม ประธานาธิบดีมีสภา และเหล่าซีอีโอก็มีรองประธานคอยช่วยเหลือ แล้วคุณล่ะ ?
ใครคอยช่วยเหลือคุณผ่านมรสมุชีวิตบ้าง ดั่งสุภาษิตที่ว่าสองหัวดีกว่าหัวเดียวนั้นใช้ได้จริงในชีวิตเราเมื่อเราต้องการความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งทางด้านชีวิตส่วนตัวและการงาน ใคร ๆ ต่างก็สมควรที่จะได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนฝูงดี ๆ ทั้งนั้นเพื่อความสำเร็จของชีวิตในวันหน้า มาลองดูซิว่าเพื่อน 7 แบบที่เราควรจะต้องมีไว้เป็นดรีมทีมนั้นควรมีใครบ้าง
1. เพื่อนร่วมสถานะภาพ ไม่ว่าเพื่อนคนนี้จะเป็นคนที่มีอาชีพ สถานะภาพการสมรส หรือการดำเนินชีวิตที่คล้ายคุณ เพื่อนคนนี้คือคนที่คุณสามารถระบายสิ่งแย่ ๆ ในชีวิตคุณโดยที่เธอจะรับฟังอย่างเข้าใจและตั้งอกตั้งใจ
2. เพื่อนฉลาด ๆ เธอจะอยู่ที่นั่นคอยให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาให้คุณได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูก เรื่องการงานอาชีพ เธอจะช่วยคุณผ่านมันได้อย่างง่ายดาย เพื่อนคนนี้อาจเป็นเจ้านายคุณ หรือเพื่อนผู้มากประสบการณ์ของคุณ ซึ่งคุณจะได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายจากเธอคนนี้
3. ตัวตลก แม้ว่าเพื่อนคนนี้อาจจะพึ่งพาไม่ได้มากนัก แต่มันก็สนุกมากใช่มั้ยล่ะเมื่ออยู่ใกล้เธอ เพราะเธอจะทำให้โลกบ้า ๆ ใบนี้ดูสนุกสนานและน่าอยู่อย่างยิ่ง คูณอาจไม่กล้าทำอะไรบ้า ๆ แบบเธอแต่คุณก็สนุกที่ได้เห็นเธอทำมัน
4. เพื่อนคนล่ะรุ่น การมีเพื่อนเด็กกว่าทำให้คุณหวนรำลึกถึงตัวเอง และระยะเวลาที่คุณได้ผ่านพ้นมา (คุณจะรู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีที่สามารถยืนตรงจุดนี้ได้ ) แม้ว่าบางขณะคุณอาจอิจฉาในเยาว์วัยและความกระตือรือร้น แต่คุณก็ยังได้รับแรงบันดาลใจจากเพื่อนเด็กคนนี้ของคุณเสมอ
5. เพื่อนต่างเพศที่แสนดี ผู้หญิงทุกคนต้องมีเพื่อนชายที่แสนดีสักคน ขณะเดียวกันผู้ชายก็ควรมีเพื่อนหญิงที่แสนดีบ้าง คู่หูคนนี้จะเป็นล่ามส่วนตัวสำหรับแปลภาษาต่างดาวจากเพศตรงข้ามให้คุณได้เข้าใจ อย่างไรก็ดี จำไว้อย่าทำให้ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนเสียไปด้วยการไปกุ๊กกิ๊กกับเพื่อนเข้าล่ะ การเป็นเพื่อนกับเพื่อนต่างเพศที่มีความสุขจะทำให้คุณกลายเป็นคนน่าคบไปด้วย ไม่แน่คุณอาจจะเข้าก๊วนกับกลุ่มเพื่อน และแฟนเขาเป็นปี่เป็นขลุ่ยไปด้วย
6. เพื่อนจากแวดวงอื่น คุณแต่งงานแล้ว แต่เพื่อนคุณไม่ เธออาจเป็นพนักงานดับเพลิง เป็นซีอีโอ เป็นนางชี การมีเพื่อนจากแวดวงที่แตกต่างกันจะทำให้คุณสดชื่นขึ้น และเกิดแง่มุมใหม่แก่ชีวิต
7. เพื่อนเก่า บุคคลนี้คือคนที่เป็นพยานในช่วงชีวิตคุณที่มีทั้งสุขและเศร้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรงผมแย่ ๆ เรื่องเฉิ่มในสมัยเรียน เพื่อนชนิดนี้คือเพื่อนที่หาค่าไม่ได้ และเป็นเพื่อนสนิทที่คุณต้องโทรไปรายงานด้วยเป็นระยะ ๆ เพราะว่าเธอคือส่วนหนึ่งของคุณในอดีต และเธอจะยินดีไปกับความสำเร็จของคุณในปัจจุบัน
ทีนี้ลองสำรวจตัวคุณเองดูสิว่า มีเพื่อนครบทั้ง 7 แบบหรือยัง ...
เคยไหม??
โง่ที่คิดว่า……ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น
โง่ที่คิดว่า……ใครบางคนให้ความสำคัญกับตัวเรามากกว่าคนอื่น
โง่ที่คิดว่า……คนที่เรารัก เขาจะรักเราคนเดียว
โง่ที่คิดว่า……เรามีความสำคัญกับใครคนหนึ่งมากจนเขาขาดเราไม่ได้
โง่ที่คิดว่า……การโกหกจะไม่เกิดขึ้นระหว่างคู่รักที่รักกันจริงๆ
โง่ที่คิดว่า……คำหวานจากปากเขา เขาพูดเพราะเป็นห่วงเราจริง ๆ
โง่ที่คิดว่า……เวลาที่เราต้องการเขามากที่สุด เขาจะอยู่กับเราเสมอ
โง่ที่คิดว่า……คนที่เราดีใจเมื่ออยู่ใกล้เขา จะไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่ทำให้เราเสียใจที่สุด
อยากฉลาดมะ
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า……ความพยายามบางครั้ง มันก็เป็นแค่ความพยายาม
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า……อย่างหวังว่าใครจะเห็นเราสำคัญ มากไปกว่าตัวเขาเอง
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า……คนที่เรารัก บางทีเขาก็มีคนที่เขารัก
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า……คนที่เราอยู่ใกล้แล้วมีความสุข อาจเป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำให้เราเสียใจที่สุด
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า……คำหวานจากปากเขา เขาพูดเพียงเพราะเขาชอบพูดคำหวานกับใคร ๆ เสมอ ก็แค่นั้น
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า……การโกหกเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาไม่ว่าใคร
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า……คนที่เรารักอาจเป็นคนเดียวกันกับคนที่ไม่เคยรักเราเลย
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า……เวลาที่เราต้องการเขาที่สุดอาจเป็นเวลาเดียวกันกับเวลาที่เขาหมดรักเราแล้ว
วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2550
แม้ววางเกมแมนฯ ซิตี้ชิวถ้วยผู้ดี ซื้อกรรมการ-โกงผลการแข่งขัน
แผนเดียวกับที่ปั้นพรรคไทยรักไทยไปโลดในช่วงเวลาแค่ไม่กี่ปี ระบุมีทั้งซื้อทีมเล็ก, ติดสินบนกรรมการ, ตั้งกฎกติกาใหม่ และจ้างทีม
คู่แข่งล้มบอล มั่นใจฤดูกาลหน้าพาหน้าเหลี่ยมขึ้นไปชูถ้วยแชมป์บอลลีกผู้ดีล้านเปอร์เซ็นต์
"เสี่ยแม้ว" เจ้าของฉายา "เหลี่ยม ร่อนเร่" ให้สัมภาษณ์กับมิสเตอร์ บั๊กแลมพ์ ดอว์ซั่น บรรณาธิการบริหาร Pujudguan Post เกี่ยวกับ
กรณีที่เขาใกล้จะเป็นเจ้าของสโมสรแมนฯ ซิตี้ ที่มีความเป็นไปได้กว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ ดังนี้ว่า
บั๊กแลมพ์ Hi! มิสเตอร์ตั๊กสินสำบายดีบ่?
เสี่ยแม้ว สูมาเตอะแหลม (ขอโทษวะแหลม) คิง (มรึง) อู้อ่ะหยั่ง? อ้ายบ่เข้าใจ๋
บั๊กแลมพ์ จ๊าดม่วนน่ออ้ายแม้วน้อ นานๆ กำ เฮามาอู้คำเมืองโตยกั๋น มันตึงม่วนง่าว (สนุกดีมีความสุขที่นานๆ หนเรามาพูดภาษาคำเมืองกัน ช่างมันเป็นบ้าเลย) แต่อ้าย ผมคนอีสาน อู้คำเมืองนานบ่ได้ มันไข่ลับ (มันง่วง)
เสี่ยแม้ว วันนี้มีอะไรจะมาสัมภาษณ์ผมเหรอ
บั๊กแลมพ์ อยากทราบแผนการเล่นในฤดูกาลหน้าของทีมแมนฯ ชิตี้ ที่ท่านเพิ่งมาบริหารน่ะครับ จะใช้ระบบไหน 4-4-2 หรือ 4-3-3
เสี่ยแม้ว NO เราไม่ใช่ระบบหรือแผนการเล่นแบบฟุตบอลทั่วไปแน่ๆ แต่เราจะใช้ระบบการทำทีมเหมือนกันกับที่ผมใช้ปลุกปั้นพรรคไทยรักไทยจนครองใจคนไทย 15 ล้านคน
บั๊กแลมพ์ บันได 4 ขั้นนั่นหรือครับ?
เสี่ยแม้ว ถูกแล้ว ฉลาดมากเลยไอ้น้อง บันไดขั้นที่หนึ่งซึ่งความจริงผมไม่จำเป็นต้องใช้สเวนโกรัน เอไอเอสก็ได้
บั๊กแลมพ์ ผมไม่เข้าใจ ทำไมพี่เรียกสเวนโกรัน อีริกส์สัน เป็นสเวนโกรัน เอไอเอส
เสี่ยแม้ว เพิ่งชมฉลาดไปหยกๆ เผลอแวบเดียวทำโง่อวดพี่ซะร้าววว เฮ้อ! จะไปใช้ยี่ห้ออื่นทำไมไอ้น้อง ใช้เอไอเอสนี่ถูกต้องแล้ว ชัด แจ๋วยิ่งกว่าแจ่วจิ้มจุ่ม อ้อ!
บันไดขั้นแรกในการที่จะส่งแมนฯ ซิตี้ไปผงาดเป็นแชมป์พรีเมียร์ชิปอังกฤษคือ กว้านซื้อทีมเล็กๆ กระจอกๆ ที่มีเค้าว่าจะตกชั้นแน่ๆ มาเป็นลูกไล่ให้ทีมเรา มีการสนับสนุนการเงินโยนไปให้นิดหน่อยแก่นักเตะและสตาฟโค้ช แต่อย่างพวกกองเชียร์ พวกฮูลิแกนประจำทีมเหล่านี้เราจะจัดสรรงบประมาณให้คอยไปรังควานไอ้พวกฝ่ายที่ไม่ชอบทีมเรา
บันไดขั้นที่สองคือ จ้าง กกต. ชะอุ้ย! จ้างกรรมการผู้ตัดสิน รวมทั้งผู้ช่วยผู้ตัดสิน แมตช์ที่สำคัญ หรือเรากำลังตกเป็นรองต้องให้จุดโทษเรา มันยิงเข้าให้เป่าเป็นล้ำหน้า ถ้ามันสะกิดนักเตะเรานิดเดียว ชูใบแดงไล่ม่าง เอ้ย! ไล่มันออกไปเลย ซ่าก๋าใครไม่ซ่ามาซ่ากะแม้วตกดอย หรือไม่ก็ถ้าพวกแมนฯ ซิติ้ ยังยิงไม่ได้ ให้แกล้งทดเวลาบาดเจ็บไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะยิงได้ ยิงปุ๊บไฟในสนามดับปั๊บ
คือก็ทำแบบเดียวกับที่ไทยรักไทยทำไง
บั๊กแลมพ์ ใกล้แล้วครับพี่ ตอนนี้แมนฯ ยูไนเต็ดของคุณนันทเขวี้ยงหล่นวูบไปอยู่ท้ายตารางห่างจากลิเวอร์พูล ทีมรักของ บก.หนวด แห่งนิตยสาร mars แค่แต้มเดียวเอง อิอิอิ
เสี่ยแม้ว จากนั้นเราจะซื้อพวกบอร์ดบริหารพรีเมียร์ชิป สักกึ่งหนึ่งในจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อรวมหัวกันโกงว่าด้วยการจัดตั้งกฎกติกาใหม่ ประมาณว่าถ้าแมนฯ ซิตี้ มีคะแนนนำโด่งแม้จะโกงผลการแข่งขันมา ก็ให้บอร์ดพิจารณาประเคนแชมป์ให้โดยไม่ต้องสนใจพวกยูฟ่าแต่อย่างใดทั้งสิ้น ส่วนบันไดขั้นสุดท้าย หากทำอย่างไรก็ไม่มีสิทธิ์ได้แชมป์ ผมจะจ้างทุกทีมให้ล้มบอล แค่นี้ก็หวานคอแม้ว อ้อ! อีกอย่างหนึ่ง ผมตั้งใจจะตระเวนนอนค้างอ้างแรมยังบ้านของนักเตะด้วย เพื่อเป็นการโรดโชว์ แหลมเอ๋ย บรรดาเมียนักเตะนี่แจ่มๆ ทั้งน้าน นี่พี่กำลังให้เอเยนซีไปติดต่อเบ็คแฮมมาอยู่กับทีมแมนฯ ซิตี้ แทนที่จะไปอเมริกา ถ้าเบ็คแฮมมา วิกตอเรียก็มา แล้วพี่ก็...
บั๊กแลมพ์ โรดโชว์ซะเลย 555 คุก คุก คุก โทษครับพี่ ผมไอเลิฟยูทูมีอีกแล้ว คุก คุก คุก
ที่มา: ผู้จัดกวน
วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2550
ลับเฉพาะ! เหตุซื้อ "แมน ซิตี้" ล่าช้า นภดลแฉ "แม้ว" เกลียดสปอนเซอร์
บ้านพระอาทิตย์ ลับที่สุด! ทะแนะแก้ต่างวังจันส่องหล้า "นภดล" เผยให้ "บักแหลม" ฟังหมดไส้ติ่ง ระบุชัดเจนสาเหตุที่ "เสี่ยแม้ว" ซื้อสโมสร "แมน ซิตี้" ล่าช้าเพราะมัวแต่ยื้อเวลาขอเจรจาเรื่องเปลี่ยนสปอนเซอร์ บอก "เหลี่ยม ร่อนเร่" เกลียดคำว่า "THOMAS COOK" สุดๆ เพราะอ่านออกเสียงเป็นอัปมงคล
ผู้จัดกวนดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่ เพราะเป็นสื่อมวลชนที่เที่ยงตรงที่สุด เคร่งขรึมจริงจังต่อข่าวสารมากที่สุด และเป็นกลางในทางจรรยาบรรณมากที่สุด ล่าสุดเลยทำให้ทะแนะนภดล คนที่ดูแลแก้ต่างในทางกฎหมายให้กับวังจันส่องหล้า ออกมาให้สัมภาษณ์แบบลับเฉพาะกับบรรณาธิการบริหารผู้จัดกวน คือ "บักแหลม" เกี่ยวกับความเป็นจริงที่ยังปิดตาย "ทำไมเสี่ยแม้วยึกยักจนเกือบจะซื้อสโมสรแมน ซิตี้ไม่ได้" เพียงฉบับเดียวว่า
บักแหลม อะโหล หวัดดีครับ ที่นี่หนังสือพิมพ์ผู้จัดกวน ผมบักแหลมบรรณาธิการบริหารรับสายครับ อะไรนะฮะ...อ๋อ! พี่นภดลเองหรือครับ เป็นไงพี่ ขนลิ้นยังมีครบนะครับ แหมช่วงหลังนี้เลียได้ใจเสี่ยแกอย่างแรงเลยนิ
นภดล หน้าที่ว่ะแหลม แล้วที่สำคัญมันมีเรื่องของเม็ดเงินค่าจ้างด้วย ก็เลยต้องก้มหน้าก้มตาเลียต่อไป แต่ถ้าจะให้ไปเลียแบบกุ๊ยไข่แม้วละก้อพี่ไม่เอาเด็ดขาด เออนี่ พี่มีข่าวลับเฉพาะมาบอกเองนะแหลม
บักแหลม เป็นยังไงครับพี่ข่าวลับเฉพาะ ผมกับพี่ต้องแก้ผ้าเวลาคุยโทรศัพท์กันด้วยอ๊ะป่าว
นภดล ข่าวไอ้แหลม ข่าวไม่ใช่ภาพ ใครเอาเอ็งมาเป็นบรรณาธิการวะนี่ ปีหน้าสงสัยโบนัสตรึมแหง อ้อ! ข่าวที่พี่จะบอกให้เอ็งเอาไปลงผู้จัดกวนคือเรื่องที่เสี่ยแม้วแกซื้อแมน ซิตี้ช้า เพราะว่าเสี่ยแกไม่ชอบสปอนเซอร์ว่ะแหลม
บักแหลม ไม่เห็นจะยากนี่ครับ ไม่ชอบสปอนเซอร์เปลี่ยนไปดื่มเกเตอร์เรต หรือไม่ก็เอ็มสปอร์ตก็ได้ เครื่องดื่มเกลือแร่เหมือนกัน
นภดล ขำตายละไอ้แหลม ที่บอกว่าเสี่ยแกไม่ชอบสปอนเซอร์ คือแกไม่ชอบสปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุนทีมแมน ซิตี้ ไม่ใช่สปอนเซอร์ที่เป็นพะยี่ห้อเครื่องดื่ม โหยยย กรูละเบี๊ย...เบี่ย...เบี่ย มรึงเจรงๆ
บักแหลม อ๋อ! เอ...แต่คำว่า "THOMAS COOK" ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการก็เหมาะสมกับอนาคตของเสี่ยแกแล้วนี่ครับ คุก คุก คุก (บักแหลมดันไอเลิฟยูออกมา)
นภดล เอ็งแกล้งฉลาดน้อย หรือแอบตอกเจ้านายพี่กันแน่วะแหลม
บักแหลม โธ่พี่ ผมจะไปแกล้งเหน็บแนมทำไม ไหนพี่ลองอธิบายให้ความรู้แก่ผมหน่อยสิ
นภดล เรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้ ทีแรกเสี่ยแกจะไม่ซื้อหรอก จะซื้อให้โง่เรอะ มูลค่าของทีมที่เป็นหุ้นสโมสรแมน ซิตี้นี่นะแหลม ต่ำกว่าราคาครึ่งหนึ่งซึ่งเสี่ยแกจะปลิ้นเงินซื้ออีก ยังงี้แล้วเสี่ยแกจะโง่ซื้อมาทำพระแสงด้ามสั้นทำไม แกกับพี่เลยออกอุบายใช้วิธีให้ข่าวซื้อแมน ซิตี้มาแย่งมวลชนคนไทยสู้กับ คมช. ยื้อเวลามาได้พักหนึ่ง จนกระทั่งข่าวแพลม ชะอุ้ย! แลบออกมาว่าจะถูกอายัดทรัพย์แน่ๆ เสี่ยแม้วก็จำเป็นต้องซื้อ ไม่เช่นนั้นกระแสเรื่องเสี่ยโกหก รวมทั้งข่าวทางด้านลบของเสี่ยจะทยอยออกมาเรื่อยๆ เพื่อภาพลักษณ์ของตัวเอง ดังนั้น กะอีเงินจิ๊บจ๊อยที่แอบซุกมาก่อนหน้านี้เสี่ยแกเลยทู่ซี้ยื่นเงื่อนไขจะซื้อให้ได้
บักแหลม แล้วไงต่อครับ
นภดล ก็บอกแล้วไงว่ามันติดขัดตรงชื่อสปอนเซอร์ เสี่ยแกเกลียดเข้าไส้ลามไปถึงม้าม แกพยายามต่อรองว่าเปลี่ยนจาก "โทมัส คุก" ได้ไหม ทางนั้นบอกไม่ได้ เซ็นสัญญากับ "โทมัส คุก" กันไปเรียบร้อยแล้ว ยังไง้ ยังไงก็ต้องคุกลูกเดียว ไม่มีทางหลีกเลี่ยงเบี่ยงประเด็น
บักแหลม ความจริงเปลี่ยนเป็น "โทมัส ห้องกรง" หรือไม่ก็เอ้อ..."โทมัส ตะราง" ก็ได้กระมังครับพี่ ตรงตัวดีออก
นภดล เฮ้ยแหลม! ตอนนี่พี่อยู่กับเสี่ยแม้วที่ฮ่องกง สภาพอากาศล่าสุดที่เมืองไทยเป็นไงบ้าง
บักแหลม ผมฟังข่าวเมื่อเช้า กรมอุตุนิยมแจ้งว่า ที่กรุงเทพมหานครสภาพอากาศจะดีมาก ปลอดโปร่งโล่งสบาย ยกเว้นบริเวณท้องสนามหลวง ช่วงเย็นและค่ำจะมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะในวันที่ที่ม็อบพีทีวีประกาศจะชุมนุมใหญ่ บางวันฝนอาจกระจายตามไปที่หน้ากองทัพบก บุคคลที่มีอักษรย่อ ว, จ, ณ, ท ให้ระวังกบาลเป็นพิเศษ เพราะฟ้าอาจผ่าเปรี้ยงลงใส่จนกระทั่งถึงแก่ความตาย หรือไม่ก็ชักแหง็กๆ ได้ในที่สุด 555 เอิ๊กเอิ๊กเอิ๊ก
ที่มา: ผู้จัดกวน
How 2 Be Mr.Bean
หมอ : หมอเสียใจที่ต้องบอกคุณว่าคุณมีเนื้องอกในสมอง
มิสเตอร์บีน : ต้องอย่างนั้นสิ!!!! (กระโดดดีใจตัวลอย)
หมอ : คุณเข้าใจในสิ่งที่หมอพึ่งจะบอกคุณไหมนี่
มิสเตอร์บีน : แน่นอนสิครับ หมอคิดว่าผมโง่รึไง
หมอ : ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณถึงดีใจล่ะ
มิสเตอร์บีน : เพราะนั่นพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวผมเองก็มีสมองน่ะสิครับ!!!
2. มิสเตอร์บีนวัยประถม
อาจารย์ : 4+5 ได้เท่ากับเท่าไหร่
มิสเตอร์บีน : 9
อาจารย์ : แล้วถ้า 5+4 ล่ะ
มิสเตอร์บีน : ครูคิดจะหลอกผมหรือไง ครูพึ่งจะสลับตำแหน่งตัวเลขนะ
คำตอบคือ
6!!!
3. ขณะอยู่ในร้านขายยา
มิสเตอร์บีน : ผมอยากได้วิตามินสำหรับหลานชายของผม
เภสัชกร : ทานโทษ วิตามิน A B หรือ C ล่ะครับ
มิสเตอร์บีน : อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ
หลานของผมยังไม่รู้จักตัวอักษรหรอก!!!
4. ที่ตู้ ATM
เพื่อน : แกมองอะไรน่ะ
มิสเตอร์บีน : ฉันรู้เลขรหัสของแกด้วยล่ะ ฮี่ๆๆ
เพื่อน : ดีล่ะ งั้นบอกมาสิเลขรหัสของฉันคืออะไร
มิสเตอร์บีน : ดอกจันสี่ตัวไงล่ะ!!! (****)
5. กับเพื่อนน่ะ
เพื่อน : หนัง VDO. ที่แกยืมฉันไปเป็นไงบ้างล่ะ สนุกไหม
มิสเตอร์บีน : นายจะให้สนุกตรงไหนล่ะ
ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นหนังสยองขวัญเสียมากกว่า
ฉันมองไม่เห็นภาพอะไรเลย
เพื่อน : แล้วแกเอาเรื่องอะไรไปล่ะ
มิสเตอร์บีน : ม้วนล้างหัวเทป !!!
6. การตายของแม่
มิสเตอร์บีน : (ร้องไห้) หมอพึ่งโทรมาบอก แม่ของฉันตายเสียแล้ว
เพื่อน : เสียใจด้วยนะเพื่อน
มิสเตอร์บีน : (2 นาทีต่อมา) ร้องไห้ดังยิ่งกว่าเดิม
เพื่อน : เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะทีนี้
มิสเตอร์บีน :น้องสาวฉันก็พึ่งโทรมาบอกว่าแม่ของเธอก็ตายด้วยเหมือนกัน!!!
7. มิสเตอร์บีนมาถึงในงานเลี้ยง
แขกผู้มาร่วมงาน : ขอโทษที่มาสาย ผมมัวแต่ติดอยู่ในลิฟท์ตั้ง 4 ชม. เพราะไฟดับ
มิสเตอร์บีน : ไม่เป็นไรหรอก ผมเองก็มัวแต่ติดอยู่ที่บันไดเลื่อนตั้ง 3 ชม. เหมือนกัน!!
8. วิชาสะกดคำ
ลูกชาย : พ่อฮะ คำว่า successful นี่มีตัว C ตัวเดียวหรือว่า 2 ตัวฮะ
มิสเตอร์บีน : ใส่เผื่อไปเลย 3 ตัวเพื่อความแน่ใจลูก!!!
วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
ประธานคนใหม่ของบริษัท
ประธานคนใหม่ของบริษัท............ประเทศไทย
เพิ่งมารับงานฟื้นฟูกิจการที่ตกต่ำของบริษัทเป็นวันแรก
เขาเรียกประชุมพนักงานทันที แล้วประกาศนโยบายแรก
ซึ่งก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน
ใครทำงานไม่เต็มที่จะต้องถูกพิจารณาอย่างเด็ดขาด
หลังการประชุม
เขาออกเดินตรวจตราบริษัท พร้อมกับผู้จัดการแผนกอีก 6-7คน
ความสนใจของเขาเพ่งเล็งอยู่ที่ไอ้หนุ่มคนหนึ่งซึ่งยืนพิงผนังดูคนอื่นทำงานอย่าง
สบายใจ
เขาเดินตรงไปที่ไอ้หนุ่มทันทีแล้วถาม
"เงินเดือนคุณเดือนละเท่าไหร่?"
"เจ็ดพันครับ" ไอ้หนุ่มตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
ไม่เปลี่ยนแม้แต่ท่ายืนด้วยซ้ำ
เขาควักเงินเจ็ดพันบาทยื่นให้ไอ้หนุ่มทันที แล้วตะโกนลั่น...
"นี่เงินเดือนๆ สุดท้ายของคุณ
แล้วเชิญคุณออกไปเลยไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก"
ไอ้หนุ่มคว้าเงินแล้วโกยแน่บทันที
ในขณะที่เขาหันหลังกลับมาหา พนักงานบริษัทที่ตะลึงกันถ้วนหน้า
แล้วตะโกนถาม...
"ใครตอบผมได้บ้าง ว่าไอ้หนุ่มนั่นทำอะไร เมื่อกี้นี้?"
ความเงียบปกคลุมทั่วสำนักงานเป็นเวลาหลายวินาที
ก่อนที่จะมีผู้กล้าพูดออกมา
..
..
..
..
"เขามาส่งพิซซาครับ!!!"
วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2550
หม้อวิเศษ..จงบอกข้าเถิด
เป็นพิธีกรณ์ นอนดูไปก็ขำๆ ไป ในการนำเสนอและก็เหตุผลต่างๆ ที่ทำให้หม้อนี้น่าใช้มากขึ้นเป็นกอง เรื่องของเรื่องก็คือว่า
ชื่อผลิตภัณฑ์:
หม้อดินสำหรับตุ๋นซุป
ลักษณะภายนอก:
เป็นหม้อลักษณะหม้อดินบ้านเราที่เป็นทรงกระบอก ได้รับการเผาในเตาความร้อนสูง ซึ่งคงสูงซักประมาณ 30 ซม. ได้ ส่วนขนาดเส้นผ่านหน้ากลาง (ศูนย์กลาง) ก็ประมาณขนาดถ้วยเรานะครับ (ถ้วยใหญ่ใส่แกงนะไม่ใช้ขนมหวาน)
สิ่งที่ซ่อนอยู่:
ส่วนที่เป็นหม้อนี่เค้าว่าทำมาจากดินสีม่วงซึ่งเป็นดินที่มีเฉพาะในมณฑลอะไรไม่รู้ในจีนเท่านั้น และเป็นดินชนิดเดียวกันกับที่ใช้เผาทำหม้อดินสำหรับต้มซุปให้กับฮ่องเต้... นั่นแน่ชักสนุกแล้วใช่ไหมครับท่าน...
ประโยชน์ใช้สอย:
สำหรับต้มซุปที่อะร่อยที่สุดในจักรวาลด้วยราคาที่ แพงที่สุดในจักรวาลเช่นกันครับ...
คุณสมบัติพิเศษ:
รู้สึกว่าเป็นเตาที่สามารถต้มได้โดยที่เราไม่ต้องใช้เตาถ่านครับ ไม่ต้องจุดไฟเอง ... ก็เค้ามีปลั๊กไฟมาให้แล้วน่ะ ติดตั้งมาเสร็จเลย โอ้โฮ้ เวอร์คๆๆ
จุดเด่นอีกประการที่เน้นมากๆ เลยก็คือ หม้อนี้เค้าทำมาจากดินสีม่วงที่มีคุณภาพดีมาก (อาจดีกว่าดินด่านเกวียนของเรานะครับ..อันนี้ผมเดาเอาเอง)
เนื้อหาการนำเสนอ:
เค้าก็มีสัมภาษณ์คนที่มีหม้อนี้ (ไว้โฆษณา) ครับ
คนแรกเป็นผู้ชายอายุประมาณ 30 อยู่ในชุดหนุ่ม Office มาดแมน ก็พูดว่า "ตั้งแต่ผมมีหม้อนี้นะครับผมมีสุขภาพดีขึ้นมากเลยครับ เนื่องจากมีซุปร้อนๆกินเป็นประจำ"
@#$@%# ฮ่วย ไม่มีไอ้หม้อนี่ที่บ้านคงทานแต่น้ำเย็นมั้งครับ เลยไม่ค่อยสบาย 5555
อีกคนซึ่งเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 40 อยู่ในชุดประมาณว่าแม่บ้านแบบอาซ้อ บอกว่า "ตอนนี้สบายมากเลยค่ะ เพราะลูกเค้าต้มซุปให้ทานเป็นประจำเลยตั้งแต่ได้หม้อตุ๋นนี้มา"
เอ!! แสดงว่าถ้าไม่มีไอ้หม้อนี้แล้วลูกเค้าคงทอดทิ้งให้ไปอยู่บ้านบางแคร์มั้งครับท่าน....สงสัยมากๆในความกตัญญู?
ส่วนคนนี้ถ้าทางเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เพราะมาให้ข้อมูลสนับสนุนครับ มีคำถามหนึ่งคุณดวงตาเค้าถามว่า "เอหม้อนี่ถ้าเราเทียบกับการต้มนี่จะเป็นยังไงค่ะ" ท่านคนนั้นก็ตอบว่า
"หม้อตุ๋นของเรานี่ทำจากดินอย่างดีทีใช้สำหรับการตุ๋นโดยเฉพาะ และแม้แต่จักรพรรดิ์จีนก็ยังใช้กันสืบทอดมายาวนาน แล้วเมื่อเทียบกับการต้มแล้ว..."
เริ่มเข้าเรื่องแล้วครับท่าน
"การต้มนั้นก็ต้มประเดี๋ยวประด๋าว ..คงไม่สามารถเทียบกับการตุ๋นของเราได้หรอกครับ การตุ๋นนั้นจะทำให้ซุปที่ได้นั้นมีรสชาติกลมกล่อมน่าทานกว่าแน่นอนครับ"
เค้าตอบมาก็เลยงงนะครับ...
คือถ้าต้มแป๊บเดียวซุปไม่เข้มข้น....ก็ทำไมไม่ต้มนานๆ ให้มันเปี่อยๆ ไปเลยละครับท่าน แล้วไอ้ตุ๋นกับต้มเนี่ยมันช่วยให้ชีวิตเราต่างกันยังไง
ครับช่วยบอกทีครับ.. เช่นว่า วิตามินจะยังคงอยู่ไหม หรือถ้าต้มเนี่ยน้ำที่ได้มันจะขุ่นแล้วเนื้อออกเละๆ ถ้าตุ๋นจะได้น้ำที่กลมกล่อมเนื้อเปื่อย
ไม่เละ เออ อย่างนั้นก็ว่ากันไป..แหมนี่เล่น ต้มประเดี๋ยวประด๋าว คงสู้ตุ๋นไม่ได้ โห!! ทำไม่ไม่บอกมาเลยละว่า
..ศักสิทธิ์ เป็นสิริมงคลกับคนที่มีไว้ครอบครอง...
แล้วไอ้ดินสีม่วงนี่มันดียังไงอ่ะ ไม่มีความรู้จริงๆ ครับใครรู้เรื่องดินนี้บอกทีนะจะได้เก็บเป็นข้อมูล แล้วต๋นกับต้ม นี่มันคนละ Concept นี่ไหงไม่เทียบให้มันได้เห็นภาพหน่อย หรือไม่ก็ไปเทียบกับหม้อตุ๋นดินทั่วๆ ไปที่เราใช้กัน จะได้รู้ซะทีว่ามันดียังไง... (ดินสีม่วงนี่เผามาแล้วได้
สีแดงเหมือนอิฐแดงๆ เหมือนกับหม้อเดิมของเรารึเปล่า...ข้องใจ!) ...
แต่เดี๋ยวก่อน... ตอนนี้เวลานี้ (ตีอะไรว่ะ..) 5,900 เราไม่ขาย 4,900 เราก็ไม่ขาย, ...
ตกลง! มันจะขายเท่าไหร่???
พระเจ้าจ๊อด! มันยอดมาก...555

